[HB] 007 : ถ้าหากรักนี้..

posted on 15 Aug 2014 20:12 by satan-lucus
 
 
*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Coffee Shop*
 
 
 
 
 
 

[HB] - 007 ถ้าหากรักนี้..


ช่วงเวลา : ใกล้ ๆ สิ้นเดือนมิถุนายน
 
ตัวละคร : จีน, นนท์, โอห์ม, อัยย์
 
 
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 

สายฝนพรั่งพรูลงมาอย่างไม่ขาดสายส่งผลให้ร้านฮัมมิ่งเบิร์ดในวันนี้มีลูกค้าเพียงประปราย และยังทำให้ผู้ช่วยเชฟอย่งจิรันดาว่างงานจนมีเวลาออกมาเดินเตร่อยู่นอกส่วนครัว



มือบางยกแก้วน้ำในมือขึ้นจิบ นัยน์ตาสีดำมองตามสายตายิ้ม ๆ ของบาริสต้าสาวข้างตัว ที่ตอนนี้สุดปลายสายตามีร่างสูงโย่งของพนักงานหนุ่ม กับลูกค้ากิตติมศักดิ์เจ้าของผมทรงซาลาเปากำลังยืนคุยกันอยู่



เบนสายตากลับมามองคนข้างกาย เป็นจังหวะเดียวกับที่คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมามองพอดี เรียวคิ้วที่เลิกขึ้นเล็กน้อยราวกับจะถามเธอว่า คิดเหมือนกันไหม ทำให้เธอพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากนนทรีได้อย่างไม่ยากเย็น



ที่จริงเธอเองก็สังเกตเห็นมาซักพักแล้ว ว่าพนักงานหนุ่มรุ่นพี่คนนี้มีความรู้สึกพิเศษบางอย่างกับลูกค้าประจำคนนั้น และเธอเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงสังเกตเห็นเหมือนกับเธอ อย่างน้อยก็คนตัวเล็กหน้าหวานข้างเธอคนนึงนี่แหละ



แต่ความรู้สึกของอริญชย์นั้นส่งไปไม่ถีง หรือเพราะเจ้าตัวแสดงออกไม่พอ สาวเจ้าถึงยังไม่ได้รู้ตัวอะไรเลย หรืออาจจะระแคะระคายแต่ไม่ได้สนใจ อันนี้เธอไม่สามารถตอบได้ หากเธอค่อนข้างเชื่อว่าไอยวริญทร์ยังไม่รู้ตัวมากกว่า



ส่วนตัวเธอแล้วก็ได้รู้จักและสนิทสนมกับรุ่นพี่ตัวสูงคนนี้ในระดับนึง ในสายตาเธอ เขาเป็นพี่ชายที่น่ารัก ด้วยหน้าตาแหละหุ่นที่ราวกับจะหลุดมาจากแคทวอร์ค แต่กลับมีนิสัยที่ค่อนข้างไปทางน่ารัก ทำให้เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมรุ่นพี่คนนี้ถึงตกเป็นเหยื่อบ่อยนัก



และเมื่อเขามีความรัก หรือคิดอยากจะรักใครซักคน เธอเองก็อยากจะเอาใจช่วยให้สมหวัง อย่างน้อยก็ไม่อยากเห็นหน้าเศร้าของเขาน่ะนะ แต่พอดูวิธีการแสดงออกของรุ่นพี่คนนี้แล้ว..



บางที.. อาจจะต้องกระตุ้นกันซักหน่อย..




จิรันดาลอบคิดในใจเงียบ ๆ คนเดียว เธอเบนสายตากลับมามองนนทรีอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยคำถามให้คนข้างตัวทำหน้าสงสัย



“นนท์อยากฟังเพลงมั้ยคะ”



“คะ?”



“พี่ว่าจะเกากีตาร์ซักหน่อยน่ะค่ะ”



“อ๋อ ฟังค่ะ”



“แต่พี่ไม่ได้จะร้องให้นนท์ฟังนะ” ดวงหน้าฉงนของนนทรีแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างตามด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นว่านัยน์ตาสีดำสนิทของผู้ช่วยเชฟมองไปที่ใคร และเข้าใจในความหมายที่เธอต้องการจะสื่อ



“ขอเพลงโดน ๆ นะคะ”



คนอาสาจะร้องเพลงยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์โอเคพร้อมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ





เสียงเพลงที่เคยเปิดคลอดับลงพร้อม ๆ กับเสียงไล่นิ้วบนสายกีตาร์ที่ดังขี้น เรียกสายตาจากทั้งพนักงานและลูกค้าที่มีอยู่บ้างประปรายมองมายังต้นกำเนิดเสียง จิรันดาเพียงยกยิ้มจาง ๆ ให้ ก่อนจะทำตาซื่อรับรอยยิ้มกว้างจากเป้าหมายทั้งคู่



ทนกับตัวเองมานานเหลือเกิน ใคร ๆ เขาก็ยังเมิน


ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีคู่ครอง


เธอมีใครหลายคนหมายปอง ฉันเองก็ยังคอยมอง


แต่ไม่กล้าเหมือนเดิมจะทำฉันใด



ร่างสูงที่ตกเป็นเป้าหมายแยกตัวมาทำหน้าที่พนักงานที่ดี เขาฟังเพลงเรื่อย ๆ อย่างไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก จนกระทั่ง..



ถ้าหากรักนี้ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว


แล้วเค้าจะรู้ว่ารักหรือเปล่า อาจจะไม่แน่ใจ


อยากให้เค้ารู้ ฉันคงต้องแสดงออก


ไม่ใช่ให้ใครเค้าบอก หรือว่าให้เค้าเดาเอง


ว่ารักเธอ



นัยน์ตาสีดำฉายแววระยับวาบผ่าน เมื่อเห็นมือใหญ่ที่กำลังเช็ดโต๊ะของอริญชย์ชะงักไปชั่วครู่ เพราะท่อนฮุกของเพลงที่เธอตั้งใจปล่อยหมัดออกไปนั้นส่งผลอย่างที่คิดไว้



ทนอึดอัดใจมานานหลายปี ไม่กล้าใกล้เธอซักที


เจอกี่ครั้งก็ยังเป็นอยู่เช่นเคย


คุยกับตัวเองทำไมต้องกลัว เจอทีไรใจมันเต้นรัว


ทั้งที่บอกกับตัวเองเรื่อยมา



กวาดสายตามองไปยังบาริสต้าสาว ที่ส่งสัญญาณกลับมาเป็นทำนองว่าเธอเองก็ลอบสังเกตอยู่เช่นกัน ฝ่ายไอยวริญทร์นั้นนั่งฟังเพลงพร้อมกับจิ้มมือถือไปอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของใครบางคนที่คอยส่งมาเป็นระยะ ๆ แม้แต่น้อย



ถ้าหากรักนี้ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว


แล้วเค้าจะรู้ว่ารักหรือเปล่า อาจจะไม่แน่ใจ


อยากให้เค้ารู้ ฉันคงต้องแสดงออก


ไม่ใช่ให้ใครเค้าบอก หรือว่าให้เค้าเดาเอง


ว่าเธอรัก



ร่างสูงของอริญชย์ยืนฟังนิ่งราวกับจะซึมซับเนื้อเพลง พลางลอบสอดสายตาไปยังใครบางคนที่โยกหัวตามเพลงอย่างอารมณ์ดี หากการกระทำนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของสองสาวนักสังเกตการณ์ได้



ใครจะไปคิดเอาเอง ว่าเธอนั้นมีใจ


ง่ายเกินไป เหมือนว่าหลงตัวเอง


เอ่ยไปเลยว่ารัก ไม่ต้องเกรงใจใคร


ยากอะไร แค่บอกว่าฉันรักเธอ



ใบหูของชายหนุ่มเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบสะบัดหัวแล้วก้มหน้าลงเช็ดโต๊ะอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้นนทรีที่มองอยู่หัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างอดไม่ได้ รวมทั้งยังทำให้รอยขำจุดขึ้นมาอย่างชัดเจนบนดวงตาของศิลปินจำเป็น



ถ้าหากรักนี้ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว


แล้วเค้าจะรู้ว่ารักหรือเปล่า อาจจะไม่แน่ใจ


อยากให้เค้ารู้ ฉันคงต้องแสดงออก


ไม่ใช่ให้ใครเค้าบอก หรือว่าให้เค้าเดาเอง


เค้าอาจจะบอกว่ารักเธอ



ดนตรีตัวสุดท้ายจบลงพร้อมกับสายฝนที่เริ่มซา หากแต่ดวงหน้าคมของใครบางคนกลับยังคงแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด เขาคิดสิ่งใด ผู้สังเกตการณ์ทั้งสองไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่ทั้งคู่ต่างก็คิดตรงกันว่า อย่างน้อยเพลงที่ผู้ช่วยเชฟสาวตั้งใจเล่นในคราวนี้ คงพอเข้าไปกระตุ้นหัวใจของเขาได้บ้าง

 


จิรันดาเล่นเพลงอีกสองสามเพลงก่อนจะจบการแสดงในวันนี้ลง เมื่อเธอเห็นลูกค้าใหม่ที่ก้าวเข้ามา อมยิ้มรับคำชมจากสาวร่างเล็กที่แอบยกนิ้วโป้งให้ พลางเดินเอากีตาร์ตัวเก่งไปเก็บที่ชั้นสองของร้าน



ก่อนที่ร่างบางจะกลับเข้าไปทำหน้าที่ผู้ช่วยเชฟเหมือนอย่างเคย ร่างสูงของอริญชย์ที่เดินยิ้มกว้างเข้ามาใกล้เรียกให้เธอต้องหยุดฝีเท้าลง



“ร้องเพลงเพราะอีกแล้วนะครับ”



“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวขยับยิ้มจาง ๆ นัยน์ตาสีดำฉายแววเจ้าเล่ห์วาบผ่านก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้ามองรุ่นพี่หนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมกับหย่อนระเบิดไว้หนึ่งลูก ก่อนจะเดินเข้าครัวไปโดยไม่รอดูผลงาน ที่กำลังยืนหน้าแดงอย่างห้ามไม่อยู่



“เผื่อพี่โอห์มอยากรู้ เพลงแรกที่จีนเล่นคือเพลง แค่บอกว่ารักเธอ ค่ะ”

 

 


 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 


 

 

สรุป


 

- วันนี้ฝนตกหนักลูกค้าเลยน้อย จีนเลยว่างออกมายืนเล่นกับนนท์

  

- เห็นนนท์มองไปที่โอห์มกับอัยย์ก็พอจะเข้าใจอะไรได้ลาง ๆ

 

 

- สบตากันปิ๊งปั๊งก็เข้าใจว่าเราสองคนคิดตรงกันอย่างแน่นอน

 

 

- ด้วยความรักและเคารพพี่ชายแสนดีเลยหวังจะกระตุ้นเซลล์ซักกะหน่อย

 

 

- เลยไปคว้ากีตาร์ที่แหมะไว้ชั้นสองมาเล่นเพลงที่ตั้งใจเลือกเฟ้น

 

 

- ได้นนท์เป็นคนช่วยปิดเสียงเพลงให้ ก่อนที่จีนจะเกากีตาร์

 

 

- สองสาวก็พากันลอบสังเกตรีแอคชั่นกันไปเงียบ ๆ

 

 

- จบเพลงต่างก็คิดว่าน่าจะได้ผลมั่งแหละ !

 

 

- สุดท้ายจีนเลยไปหย่อนระเบิดไว้หนึ่งลูก

 

 

 

 

 

คุ้ย ๆ คุย ๆ

 

 

- เข็นฟิคออกมาอีกแล้วค่ะ .. แบบว่าระดับความฟุ้งซ่านมันยังไม่หมดไป /ทรุด

 

 

- คือพอใบเตยเขียนแล้วก็ไม่อยากจะเก็บไว้ในกรุอะค่ะ ปล่อยออกมาสู่โลกภายนอกเลยแล้วกัน อย่างน้อยคอมมูจะได้ไม่เงียบเนอะ Undecided

 

 

- จริง ๆ ธีมนี้คิดไว้นานพอสมควรแล้วค่ะ ว่าอยากจะร้องเพลงใส่โอห์ม แต่เลือกเพลงไม่ได้จริง ๆ จนวันนี้แหละค่ะ เพลงนี้มันแรนด้อมมา ! ทันใดนั้นพล็อตก็พรวด ๆ เข้าหัวอย่างกะน้ำซัดอะค่ะ 5555

 

 

- นี่จีนไม่ได้แกล้งหรือรังแกพี่โอห์มนะคะ แค่หวังดีค่ะ Cry Cry

 

 

- เดี๋ยวรบกวน @sr-wish @adeya @alyssa-cubic เช็คคาร์ด้วยนะคะ นนท์กับโอห์มยังพอมีบทพูดอยู่บ้าง แล้วก็พวกท่าทีที่แสดงออกน่ะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่า Cool Cool

 
- ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่า Cool
Tags: hb 3 Comments

Comment

Comment:

Tweet

เม้นไม่ถูกเลย 555 สาวๆน่ารักมากเลยค่ะทั้งสองคน รู้ใจกันอย่างกะพี่น้องแน่ะ เห็นแล้วชอบบรรยากาศของทั้งนนท์และก็จีนเหมือนมีออร่าสีชมพูสดใสเป็นประกายออกเลยทีเดียว surprised smile

แหม่ คนให้กำลังใจเยอะแยะเนี่ยคุณชายเขารู้คงดีใจมากๆเลยล่ะค่ะ //fighto! fighto!

...ว่าแต่พักนี้ซูเซฟอารมณ์ศิลปินออกบ่อย ท่าทางจะอินเลิฟมาไม่แพ้กันเลยนะคะ double wink 

#3 By Adeya on 2014-08-19 01:14

บทผ่านจ้ะไม่ต้องแก้

โอ๊ยยยย มันน่ารักอีกแล้วว

อิฉันว่าควรให้ทุกคนที่ไม่ใช่อิฉันอวยคู่บ๋อยกำมะลอกับติวเตอร์ตัวร้ายนี่นะ อิฉันเขียนเมื่อใดล่ะนอกจากเถิดเทิงปุ๊ปล่ะสีชมพูหายวาบ คุณชายไม่มีมามุมิฮุฮิเขินน่ารักแบบนี้หรอก ...หน้าแดงสลับซีดไปเรื่อยเชียว เหยื่อแท้ๆ sad smile sad smile

#1 นั่นน่ะสิ sad smile ถ้ามันรู้กันทั้งร้านยกเว้นนังนี่จริงๆ นี่ไม่ไหวแล้วนะเอ้อ ถึงมันจะไม่ฉุกใจคิดก็เหอะ แต่มันก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ sad smile sad smile

โอห์มทำตามชื่อเพลงได้เมื่อไหร่นี่ปิดจ้อบพอดีแล้วมั้งจุ๊น้องจีนจ๋า อย่าเพิ่งรีบ มุขฉ่อยๆ พี่ยังไม่ได้ลงตั้งเยอะเลย #ขืนลงหมดจนปิดโครงการแล้วแม่งก็ยังจีบไม่ติดพอดีเหอะ sad smile sad smile

#2 By *Alyssa* on 2014-08-17 04:38

ขอไว้อาลัยพี่โอห์ม 1 คอมเมนต์ค่ะ #ผิดมาก
5555555555555555555555 ชอบฟีลลิ่งของฟิคจัง รู้สึกน่ารักเข้ากับบรรยากาศร้านมาก
พี่โอห์มต้องพยายามนะคะ ตอนนี้รู้สึกมีคนส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลามมากเลย
ปล. แอบสงสัยจังเลยว่า "มีใครในร้านนอกจากอัยย์ ที่ยังไม่รู้ว่าโอห์มคิดอะไร"open-mounthed smile