[HB] 005 : แค่เด็กคนนึง

posted on 12 Aug 2014 23:48 by satan-lucus

 

*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Coffee Shop*
 
 
 

 

 

 

[HB] - 005 แค่เด็กคนนึง

 
ช่วงเวลา : ถัดจากกลางเดือนมิถุนาเล็กน้อย
 
ตัวละคร : จีน, วิภาดา(แม่จีน oc)
 
หมายเหตุ : ถ้าอ่าน [HB]July :: Taste of Caffeine (ผปค.นนท์, อิน) มาก่อนจะเข้าใจยิ่งขึ้นค่ะ Cool
 
 
 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

ง้าวว ~


เสียงครางอย่างขี้เกียจดังขึ้นเมื่อมือบางคว้าสิ่งมีชีวิตตัวกลมแสนนุ่มนิ่มเข้ามาในอ้อมกอด มันขยับตัวยุกยิกเบียดซุกราวกับจะหาที่ที่สบายที่สุดเรียกให้เจ้าของอ้อมกอดต้องลืมตาขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ นัยน์ตาสีดำสนิทปรือมองเจ้าตัวกลมที่นอนสบายอยู่ในอ้อมแขนของเธอด้วยท่าทีง่วงงุน เมื่อเห็นมันกำลังนอนสบายเลยเกิดความรู้สึกหมั่นไส้ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยพร้อมกับรั้งอ้อมแขนให้แน่นขึ้น เรียกเสียงครางจากเจ้าเหมียวในอ้อมกอดอีกครั้ง



“ตื่นแล้วก็อย่าไปแกล้งรอนนี่สิจีน” น้ำเสียงที่เอ่ยดุอย่างไม่จริงจังนักถูกส่งมาพร้อมกับร่างท้วมที่เปิดประตูเข้ามาพอดี



เจ้า ‘รอนนี่’ หรือที่น้องชายเธอเรียกว่า 'ร๋อนนี่' ลายเสือตัวอ้วนกลมผงกหัวมาส่งเสียงร้องราวกับจะทักทายผู้เข้ามาใหม่ ก่อนที่มันจะทิ้งหัวลงหมอบเหมือนเดิม หญิงสาวคลายอ้อมกอดแล้วลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียง มือบางจับหัวมันโยกไปมาด้วยความหมั่นเขี้ยว พลางเงยหน้าขึ้นมองมารดา



“อรุณสวัสดิ์ค่ะแม่”



"จ้า อรุณสวัสดิ์" คนมาใหม่เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะหุบลงเมื่อกวาดตามองคนบนเตียงช้า ๆ“ทำไมชอบใส่เสื้อเชิ้ตนอนนะจีน ชุดนอนแม่ก็ซื้อให้เยอะแยะไม่ยอมใส่ แล้วดูสิเนี่ย นอนยังไงมันถึงได้หลุดรุ่ยแบบนี้ เกิดหนุ่มที่ไหนเปิดเข้ามาจะทำยังไง” เมื่อเห็นสภาพตอนตื่นนอนของคนเป็นบุตรสาว นางวิภาดาก็อดที่จะบ่นไม่ได้เสียทุกครั้งไป จะไม่ให้เธอบ่นได้อย่างไร ผมสีดำสนิทหยักศกนิดตรงปลายที่ตอนนี้ฟูกว่าเดิมเล็กน้อย ไหนจะเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่ติดกระดุกไม่ครบทุกเม็ดจนแทบจะกลายเป็นเสื้อเปิดไหล่ ยังไม่รวมถึงกางเกงขาสั้นที่เกือบจะโผล่ไม่พ้นชายขอบเสื้อนั่นอีก



จิรันดาทำเพียงยิ้มเอื่อย ๆ รับโดยไม่ตอบโต้อะไร เพราะเธอไม่คิดว่าหนุ่มที่ไหนจะมาเห็นอยู่แล้ว นอกจากแมวหนุ่มที่นอนขดอยู่ข้างตัวเธอนี่แหละ หญิงสาวบิดขี้เกียจหนึ่งทีก่อนจะลุกลงมาจากเตียงแล้วสาวเท้าเข้าไปคว้าร่างท้วมเข้ามากอด



“ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อนเลย”



“ที่งอนนี่เพราะจีนไม่ยอมใส่ชุดนอนที่แม่ซื้อให้ใช่ไหม” เสียงทอดนุ่มเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เรียกสายตาค้อนวงโตจากคนในอ้อมกอดที่โดนรู้ทัน เธอคลายวงแขนเล็กน้อยแล้วสบตาในคนในอ้อมแขน “เดี๋ยวใส่อาทิตย์ละวันนะ”



“จีนพูดแล้วนะ” นางวิภาดาเอ่ยสวนทันทีทำให้เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างอดไม่ได้ เธอพยักหน้ารับหนึ่งทีพลางคลายอ้อมกอดแล้วเดินไปจัดการกับที่นอนตัวเอง



ร่างท้วมที่เดินตามหลังคว้าเจ้าแมวตัวกลมที่กำลังนอนสบายขึ้นมาอุ้ม เพื่ออำนวนความสะดวกให้บุตรสาวเก็บที่นอนได้ง่ายขึ้น นัยน์ตาโตละม้ายคล้ายกับเธอหรี่ลงอย่างไม่ชอบใจ เมื่อเธอกวาดตาไปเห็นรอยสักประจำราศีเมถุนอยู่ที่ต้นขาซ้ายของเธอ



“จีนไม่น่าสักเลยนะ”



เจ้าของร่างบางที่จัดการที่นอนตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วหันมายิ้มบาง ๆ พลางนั่งลงตรงขอบเตียง นัยน์ตาสีดำฉายแววขบขันอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อมารดาบ่นเธอเรื่องนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ นิ้วเรียวลูบที่รอยสักบนต้นขาของตนเองเบา ๆ เธอสักเหนือเข่าประมาณหนึ่งฝ่ามือ แถมเยื้องไปทางด้านซ้ายอีกนิดหน่อย ตอนที่ตัดสินใจจะสักเธอไม่ได้ปรึกษาใครเลย และเธอก็สักในที่ที่คิดว่าคงไม่ได้เปิดเปลือยออกมาโชว์ได้บ่อยนัก ถ้าจะมีใครเห็นก็เป็นแค่คนในบ้านนี่แหละ



เธอจำได้ว่าครั้งแรกที่แม่เห็นรอยสักนี้ แม่กรี๊ดเสียดังลั่นบ้าน แถมบ่นเธออีกชุดใหญ่ชนิดที่ว่าพ่อต้องรีบเข้ามาห้ามทัพเลยทีเดียว แต่เธอก็ยังคงเป็นเธอ นั่งฟังนิ่ง ๆ บางทีก็อมยิ้มแถมไปให้หน่อยนึง ซึ่งพอลับหลังมารดา น้องชายเธอก็รี่เข้ามาถามใหญ่ว่าสักที่ไหนอะไรยังไง เห็นทีเจ้าตัวคงอยากจะได้บ้างล่ะมั้ง แต่นับตั้งแต่วันที่ถามจนถึงวันนี้ จิรันดาก็ยังไม่เห็นว่าบนร่างกายของน้องชายเธอมีรอยสักเพิ่มขึ้นมาตรงไหน หรือจะสักในที่ที่เธอไม่เห็นก็ไม่อาจรู้ได้




มือบางเสลูบหัวเจ้าแมวน้อยที่นอนอยู่ในอ้อมกอดมารดาที่บัดนี้นั่งลงข้าง ๆ เธอ ริมฝีปากบางยกโค้งเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ราวกับการยิ้มเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ ซึ่งถ้าคนนอกครอบครัวมาเห็นคงจะตกใจไม่เบาเลยทีเดียว



คงจะแปลกถ้าเธอจะบอกว่าชอบฟังเสียงแม่บ่น แต่เพราะเธอเป็นคนพูดน้อย การนั่งฟังคนอื่นพูดเป็นเรื่องถนัดสำหรับเธอ และการที่แม่ยังคงนั่งเจื้อยแจ้วให้เธอฟังนี้ก็ไม่ได้แย่อะไรนัก อย่างน้อยก็แสดงออกได้ถึงความรักและความห่วงใย




แม่มักจะเดินเข้ามาในห้องเธอตอนเจ็ดโมงเช้าของทุก ๆ วัน เพราะรู้ว่าเธอมักจะตื่นเวลานี้

 



แม่มักจะเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เธอเสมอในเวลาที่เธอเข้าไปอาบน้ำ ทั้ง ๆ ที่เธอเคยบอกไว้แล้วว่าไม่เป็นไร และคำแย้งที่แม่ส่งกลับมาทำให้เธอเลิกพูดเรื่องนี้ไปโดยปริยาย



‘แม่แค่อยากทำให้จีน’



ใช่ แค่ประโยคสั้น ๆ แต่ราวกับจะสื่ออะไรได้หลายอย่าง เธอเป็นลูกสาวคนเดียว แถมยังหนีไปไกลตั้งหลายปี พอได้กลับมา แม่จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อทดแทนเวลาที่เสียไปเหล่านั้น และเธอเองก็ไม่อยากขัดใจท่านด้วยรู้ได้ถึงความหวังดี

 



แม่มักจะนั่งคุยกับเธออยู่อย่างนี้ทุกเช้า และรอจนกระทั่งเธอจัดการตัวเองเสร็จและลงไปพร้อมกัน

 



แม่ทำให้เธอรู้สึกอยู่เสมอว่า การกลับมาอยู่บ้านมันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นัก

 

 




“ไปอาบน้ำได้แล้วไป เดี๋ยวแม่จะเตรียมเสื้อผ้าให้”



“แม่บริการดีอย่างนี้ต่อให้ไล่ไปไหนจีนก็ไม่ไปแล้วนะ”



“ให้มันจริงเถอะ” น้ำเสียงสะบัดปลายติดจะแง่งอนเรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากหญิงสาว เธอก้มลงไปหอมแก้มนุ่มที่เงยหน้าขึ้นมารับอย่างทุกวัน มือเรียวคว้ากิ๊บหนีบผมตัวใหญ่จากหัวเตียงมาหนีบผมที่จัดการรวบเรียบร้อย ร่างบางสาวเท้าไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพลาดไหล่ และก่อนที่เธอจะโดนเข้าห้องน้ำไป เสียงเรียกจากผู้เป็นมารดาทำให้เธอชะงัก



“จีนซื้อมาเหรอลูก แม่ไม่เคยเห็นเลย” ในมือมีเจ้าตุ๊กตาแมวเหมียวสีน้ำตาลตากลมโต บนหัวมีหมวกสีแดงพ่วงด้วยสะพายเป้สีน้ำตาลด้านหลัง หน้าตาดูน่ารักน่าเอ็นดู



“เปล่าค่ะ มีคนให้มา”



“หนุ่มที่ไหนจะมาให้ตุ๊กตาน่ารักขนาดนี้กัน” นางวิภาดาเงยหน้าขึ้นมองอย่างฉงน เธอมองรอยยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากกับนัยน์ตาที่ฉายแววระยับของบุตรสาวอย่างแปลกใจ คำพูดที่เจ้าตัวทิ้งท้ายก่อนเข้าห้องน้ำกระตุ้นความสงสัยได้เป็นอย่างดี



“ก็แค่..เด็กคนนึงค่ะ”

 


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
สรุป

- แมวมาปลุกให้ตื่น แล้วแม่ก็เดินเข้ามาพอดี

- บ่นเรื่องชุดนอนเพราะไม่ยอมใส่ชุดที่แม่ซื้อให้ พ่วงด้วยบ่นเรื่องรอยสัก

- ก็นั่งคุยงุ้งงิ้ง ๆ (จริง ๆ จีนนั่งฟังแม่พูดมากกว่า)
 
- แม่ไล่ไปอาบน้ำ แต่ก่อนจะเข้าห้องน้ำแม่ดันเห็นตุ๊กตาแมวเหมียวตัวใหม่
 
- เลยถามว่าได้มาจากไหน
 
- จีนเลยตอบแบบคลุมเครือให้แม่สงสัยเล่น
 
- จบค่ะ
 
 
 
คุ้ย ๆ คุย ๆ
 
- เอาฟิคมาต่อจากของนต.อย่างที่เคยลั่นวาจาไว้ค่ะ 55555
 
- ธีมหลักเป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่ แต่ประเด็นที่ต้องการจะต่อมีแค่ประโยคสุดท้ายนี่แหละ (เพื่อออออ)
 
- แบบนี้มันเรียกว่าต่อได้มั้ยอะคะ 55555
 
- คิดชื่อฟิคไม่ออกเลยเอาประโยคสุดท้ายมาเป็นชื่อซะเลย /สิ้นคิดจริง ๆ ค่ะ #ร้องไห้
 
- อย่างน้อยก็ยังได้กระตุ้น เขยิบขยับความสัมพันธ์อะเนอะ ฮา
 
- ตอนนี้เป็นแค่เด็กคนนึง แต่ตอนหน้าจะเป็นอะไรก็ไม่รู้เนอะ Cry
 
- ไปขโมยรูปเจ้าเหมียวมาจากบล็อกนต.ค่ะ จิ้มเบิ่งเล้ย
 
- ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่า Cool
Tags: hb 2 Comments

Comment

Comment:

Tweet

จีนนี่ดูเป็นสาวสงบละมุนละไมได้แบบน่ารักดีจริงๆ เลย ดูมีเอกลักษณ์เยอะดีอะชอบ

ชอบหม่ะม้าด้วย ว่าแต่ใจความตอนนี้คือเป็นแค่เด็กคนนึงที่ (...) ต่อท้ายปะจ้ะเท้ออ #กรุณาเติมคำในช่องว่างด่วน

ว่าแต่ไปๆ มาๆ นี่อินเป็นตัวละครหลักไปละซีนะ ... sad smile

#2 By *Alyssa* on 2014-08-14 21:29

เราว่าชื่อเอนทรีมันก็โอเคออกนะ ตามหลักที่ว่า "ครอบคลุมทุกประเด็นและไม่สปอยล์อะไรในเรื่องสักอย่าง" 555 
บรรยากาศนุ่มๆละมุนละไมสมกับเป็นจิรันดา อ่านมาถึงตอนคุณแม่งอนเพราะซื้อของมาให้แล้วลูกไม่ยอมใช้ถึงกับหัวเราะพรืดดดด สงสัยแม่ๆจะเป็นเหมือนกันหมดทั้งโลก สุดท้ายลงเอยด้วยว่าคุณลูกตัดใจ แม่ซื้ออะไรมาให้ เข้าหรือไม่เข้าก็ใช้ไปให้หมด  ตรงที่แม่บอกว่าอยากทำให้นั่นก็เหมือนกัน พอไม่ยอมให้ทำให้ก็งอนด้วยนะ ตอนหลังๆเราเลยแบบได้เลยค่ะแม่ขา นั่งอืดปล่อยให้แม่ปรนนิบัติ //เลววววววว

คุณแม่เดาเก่งมาก จีนบอกแค่ว่ามีคนให้มา คุณแม่ฟันธงฉับเลยว่าต้องเป็นหนุ่มชัวร์

ถึงจะเป็นเด็กก็ขอเป็นเด็กในสังกัดของคุณพี่จีนก็แล้วกันนะครับ //นายอินไม่ได้กล่าวไว้

#1 By irindel on 2014-08-13 21:24