[HB] 002 : Getting to Know You

posted on 30 Jun 2014 22:05 by satan-lucus
 
 
 
*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Coffee Shop*
 
 
 
 

[HB] - 002 Getting to Know You
 
ช่วงเวลา : กลางเดือนพฤษภาคม 2014
 
ตัวละคร : จีน, นนท์, โอห์ม, ศิ
 
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------

 
 

  ..คนเยอะเหมือนกันแฮะ..



       จิรันดาก้าวออกจากครัวมายืนมองความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นภายในร้านอยู่ข้าง ๆ เคาท์เตอร์ที่บาริสต้าสาวกำลังวุ่นอยู่กับการชงกาแฟ การหยิบจับที่ดูคล่องแคล่วบวกกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ปรากฏตรงมุมปากตลอดเวลาบอกให้รู้ว่าสาวตาโตคนนี้หลงรักในอาชีพตัวเองมากแค่ไหน แววชื่นชมวาบผ่านนัยน์ตาสีดำก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อคนในความคิดประสานสายตามาพร้อมกับรอยยิ้มอารมณ์ดี



“อ้าว เสร็จงานครัวแล้วเหรอคะ”



“ตอนนี้เสร็จแล้วค่ะ”



“ทางนี้กำลังยุ่งเชียวค่ะ” นนทรีเอ่ยในขณะหันกลับไปจัดการงานของตัวเองต่อด้วยความรวดเร็ว จิรันดาลอบมองสีหน้าของคนข้างตัวอย่างเงียบ ๆ



“แต่ดูมีความสุขนะ”



รอยยิ้มกว้างสดใสถูกส่งมาให้เธอทันทีที่เอ่ยจบประโยค



ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากกว่านี้..



แค่รอยยิ้มนี้ก็บ่งบอกได้ทุกอย่าง..



มันเรียกให้เธอต้องยกยิ้มเบา ๆ อย่างช่วยไม่ได้.. ในเมื่อเวลาที่อยู่ในครัว..มันก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก





“ออร์เดอร์มาแล้วครับ” เสียงทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นจากพนักงานร่างสูงปรี๊ดเรียกความสนใจจากสองสาวที่ยืนส่งยิ้มให้กันและกันอยู่



นัยน์ตาสีดำเบนไปมองพลางลอบพิจารณาในใจ เธอคิดว่าตนเองก็เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสูงแล้วนะ แต่ผู้ชายคนนี้กลับมีความสูงที่ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเลยทีเดียว ต้องบอกว่าไม่บ่อยนักที่จะเจอผู้ชายที่สูงขนาดนี้ในประเทศไทย และเป็นความสูงในแบบที่เธอทั้งชอบและไม่ชอบไปพร้อม ๆ กัน



ที่ชอบก็เพราะดูแล้วมาดแมน ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ค่อนข้างจะดูดี มองแล้วเจริญหูเจริญตา แต่ส่วนที่ทำให้เธอไม่ชอบก็คงเป็นเพราะให้ความรู้สึกเหมือน.. โดนคุกคาม.. ละมั้ง ซึ่งตรงนี้เป็นอะไรที่เรียกได้ว่าเธอคงคิดไปเอง



แต่ความคิดในส่วนที่เธอไม่ชอบนั้นใช้ไม่ได้กับรุ่นพี่คนนี้ ถึงแม้จะรู้จักกันได้ไม่นานนัก แต่จากการที่ได้เห็นลักษณะท่าทางยามที่เล่นกับเจ้าลูกชิ้นที่อยู่หลังร้านแล้ว มันทำให้เธอต้องลบความคิดเดิม ๆ ออกไป



ไม่ใช่ว่าผู้ชายที่สูงมาก ๆ ทุกคนจะมีท่าทีหรือให้ความรู้สึกว่ากำลังคุกคามนี่เนอะ



จิรันดาลงความเห็นกับตัวเองเงียบ ๆ ในใจ..




“เหนื่อยมั้ยคะพี่โอห์ม” นนทรีเอ่ยถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่ติดจะแดง ๆ เล็กน้อยของอริญชย์




“ไม่เท่าไหร่ครับ แค่นี้สบายมาก” เขาตอบยิ้ม ๆ พลางหันมาส่งรอยยิ้มใส่ตาเธอด้วย ทำให้จิรันดาต้องยกสองนิ้วส่งคืนไปให้ด้วยสีหน้านิ่ง ๆ เธอขยับปลายนิ้วทั้งสองขึ้นลงสองจังหวะเป็นทำนองสู้ ๆ เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากชายหนุ่มก่อนที่เขาจะหันกลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ

 




กวาดตามองความวุ่นวายที่เริ่มเบาบางลง เนื่องจากเข็มนาฬิากาที่ใกล้เวลาบ่ายโมงเข้าไปทุกที เสียงกรุ๊งกริ๊งของบานประตูดังขึ้นถี่รัวเมื่อลูกค้าค่อย ๆ ทะยอยกันออกไป เพื่อที่จะเริ่มงานในอีกครึ่งวันที่เหลือ และก่อนที่จิรันดาจะเดินไปหามุมสงบให้ตัวเอง แก้วกาแฟหอมกรุ่นที่เตรียมพร้อมจะเสิร์ฟวางอยู่บนเคาท์เตอร์เรียกให้เธอหันไปมอง เมื่อหันซ้ายหันขวาแล้วก็ไม่เห็นมีใครเดินมารับหน้าที ไหน ๆ ก็ว่างอยู่แล้วเธอจึงรับอาสาเป็นพนักงานเสิร์ฟชั่วคราวแทน



มือบางคว้าแก้วกาแฟลงบนถาดแล้วส่งสายตาถามบาริสต้าสาวประมาณว่าโต๊ะไหน นนทรีนิ่งไปนิดก่อนจะยิ้มบาง ๆ ออกมาแล้วบอกหมายเลขโต๊ะพร้อมกับพยักเพยิดไปทางมุมหนึ่งของร้าน เธอพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วหมุนตัวเดินออกไป




เจ้าของกาแฟแก้วที่อยู่บนถาดในมือเธอเป็นชายวัยกลางคนที่กำลังง่วงอยู่กับแล็ปท็อปขนาดพกพา บรรยากาศสงบแต่ไม่อึดอัดที่ลอยอวลรอบตัวดึงดูดให้จิรันดาก้าวเท้าเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว



“กาแฟดำได้แล้วค่ะ” เอ่ยพร้อมกับเสิร์ฟกาแฟ เรียกนัยน์ตาหลังกรอบแว่นให้เงยหน้าขึ้นมามอง



“ขอบคุณมากครับ”



จิรันดาพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปเก็บถาดแล้วย้อนกลับมาที่โต๊ะนี้อีกครั้ง ที่จริงเธอเคยเดินผ่านหลายครั้งเวลาที่มาหาไอยวริญท์ แต่ก็มักจะเดินผ่านเลยไปโดยไม่ได้สังเกต อาจเป็นเพราะความสงบเงียบ.. ที่เงียบจนเธอเผลอมองข้ามไปทั้ง ๆ ที่เป็นมุมที่ดีแท้ ๆ เชียว เธอเปรยกับตัวเองใจในอย่างเสียดาย แต่ก็ยังดีที่ครั้งนี้เธอไม่ได้มองผ่านไป



“ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป ขออนุญาตนั่งด้วยได้มั้ยคะ”



“....”



“....”



“อ่า..ครับ”



“ขอบคุณค่ะ”



ร่างโปร่งบางหย่อนตัวลงนั่งทันทีที่ได้รับคำอนุญาต เธอรับรู้ได้ถึงสายตาที่ลอบมองอย่างสงสัยจากคนตรงหน้า แต่เธอก็ยังคงนั่งเงียบ ๆ มองลูกค้าในร้านที่ค่อย ๆ บางตาลง ถึงแม้จะได้ยินเสียงแจ้ว ๆ ของไอยวริญท์จากโต๊ะถัดไป หรือเสียงเครื่องปั่นที่ดังมาจากเคาท์เตอร์ที่บาริสต้าสาวอารมณ์ดีกำลังทำงานอยู่ ก็ไม่ได้สร้างความรำคาญหรือทำลายความสงบที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้



เสียงปิดแล็ปท็อปดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ที่ถอดแว่นออกแล้วนวดหว่างคิ้วของตัวเองเบา ๆ เรียกให้นัยน์ตาสีดำของเธอหันไปมอง คิ้วเรียวขมวดนิด ๆ ก่อนเอ่ยถาม



“มารบกวนรึเปล่าคะ”



“ไม่ครับ”



จิรันดาพยักหน้าเบา ๆ แล้วก็เงียบไป เธอเหลือบมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังร้านพลางคำนวณเวลาในใจ



..อีกซักห้านาทีเข้าครัวดีกว่า..



“เป็นเชฟของที่นี่เหรอเนี่ย”



เสียงทุ้มต่ำฉุดให้เธอหลุดออกจากภวังค์ นัยน์ตาที่เลื่อนสบฉายแววงุนงงวาดผ่านก่อนจะหายไป เมื่อเข้าใจว่าคนตรงหน้าคงพยายามชวนคุย ..มาขอโต๊ะเขานั่งแต่ดันเงียบ จนต้องให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา ไม่ไหวจริง ๆ .. เธอลอบส่ายหัวในใจอย่างขำ ๆ

 


“ไม่ใช่ค่ะ”



“....”



“เป็น..ผู้ช่วยเชฟค่ะ”

 

 

"อ้อ"

 

 

"..."



“ขนมอร่อยดีนะ”



จิรันดาเลิกคิ้วนิด ๆ อย่างแปลกใจ ด้วยไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะชอบกินขนมหวาน เพราะเขาแลดูเหมาะกับกาแฟเข้ม ๆ อย่างที่เจ้าตัวสั่งมากกว่า และเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความสงสัย เขาจึงเอ่ยยิ้ม ๆ ไขข้อสงสัยให้เธอ



“ถ้าขนมชิ้นนั้นมีส่วนประกอบของกาแฟผมชอบหมดแหละนะ”



“อ๋อค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” เธอยกยิ้มนิด ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามาขอเขานั่งโต๊ะ แต่ไม่แม้แต่จะแนะนำตัวเองก่อน เพราะดูยังไงเธอก็อายุน้อยกว่าเขาแน่ ๆ แววเสียใจจุดขึ้นมาในดวงตาก่อนที่ร่างบางจะขยับตัวเตรียมจะแนะนำชื่อตัวเอง



และเป็นอีกครั้งที่ชายตรงหน้าจับความรู้สึกของเธอได้ทั้ง ๆ ที่เธอก็จัดว่าเป็นคนหน้านิ่งคนนึง อาจจะด้วยเพราะวัยหรือไม่ก็ประสบการณ์ชีวิต หรือเป็นความช่างสังเกตของเขาก็เป็นได้ ที่ทำให้เขาไวต่อความรู้สึกของคนรอบตัว



“ไม่เป็นไรหรอก ผมชื่อศิลา เรียกศิก็ได้”



“จิรันดาค่ะ เรียกจีนได้ค่ะ” มือบางกระพุ่มไหว้อย่างนุ่มนวล เป็นการแสดงทั้งความเคารพและขออภัยไปในทีเดียว ก่อนจะลดมือลงแล้วยกยิ้มนิด ๆ เมื่อเห็นศิลายกมือรับไหว้พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า



“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”



“เช่นกันนะ”



เธอเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง แล้วหันไปเอ่ยลากับคนที่กำลังแก้วกาแฟขึ้นจิบ



“เดี๋ยวขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณที่ให้ร่วมโต๊ะค่ะ”



“ไม่เป็นไร”



จิรันดาลุกออกโต๊ะ พลางผงกหัวเป็นเชิงลา แต่เมื่อเดินไปได้สองสามก้าวเธอก็หันกลับมาใหม่ เรียกให้คนที่นั่งอยู่ต้องเลิกคิ้วอย่างฉงน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเม