[CS]..MS IN THE RAIN :how to the rain fall.(Pov)

posted on 11 Jan 2013 22:13 by satan-lucus
 
 *เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์*
 
 
MS IN THE RAIN :how to the rain fall. (Pov)

ตัวละครที่เกี่ยวข้อง : สิมิลัน (ปั้นทราย) , ยุทธศาสตร์ (ปืน)

หมายเหตุ : เอนทรี่เปิดรูทค่ะ :D
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

..ครืนนน..

เสียงร้องครางที่ดังมาจากเมฆสีครึ้มด้านบนเป็นตัวเร่งให้เจ้าของเรือนผมสั้นหยักศกปลายต้องเร่งมือเก็บอุปกรณ์ในห้องคหกรรม นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดดูความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะออกจากห้องไป

..ลองไปดูที่อาคารเรียนดีกว่า เผื่อจะมีคนอยู่..

และเหมือนแกล้งกัน.. ทันทีที่เธอก้าวเท้าออกมาพ้นอาคารได้ไม่ถึงสิบก้าว ฝนเจ้ากรรมก็เทลงมาจนเจ้าตัวต้องซอยเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิม

"เฮ้ออ เปียกจนได้"

สิมิลันวางกระเป๋าในมือลงแล้วส่ายหัวไปมาเพื่อไล่สะเก็ดน้ำที่เกาะอยู่ตามเส้นผมออก ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ว่า.. เธอไม่ได้อยู่คนเดียว..

"อ้าว น้องปืนนี่คะ"
 
นัยน์ตาสีดำฉายแววแปลกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นขบขันเมื่อเห็นว่าเป้นเด็กหนุ่ม ร่างสูงสวมแว่นคนนั้น
 
"ฮ่า ๆ ๆ ติดฝนใช่มั้ยเนี่ย"

"เอ้อ ครับ..กำลังจะออกไป ฝนมันก็ตกพอดี"

มือบางล้วงลงไปหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดในส่วนที่เปียกน้ำฝน เสียงใส ๆ ก็เอ่ยถามไปด้วย

"แล้วทำอะไรล่ะ ทำไมถึงกลับเย็นจัง"

"ทำเวรครับ เพิ่งเสร็จเมื่อกี๊ พอลงมา ฝนมันก็...ตกซะแล้ว"
 
ยุทธศาสตร์ตอบพลางละสายตาไปจากร่างบางของรุ่นพี่สาว

"อ๋ออ งี้นี่เอง"
 
เด็กสาวลากเสียงยาวพร้อมพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เธอก้มลงไปทำท่าจะถอดรองเท้า แต่แล้วนัยน์ตาสีดำก็ฉายแววล้อเลียนไปทางร่างสูงของยุทธศาสตร์

"พี่ถอดรองเท้ากับถุงเท้านะ หวังว่าคนแถวนี้คงไม่ว่าว่าแต่งตัวไม่ถูกระเบียบหรอกมั้ง"
 
ว่าแล้วเจ้าตัวก็ยกยิ้มเป็นเชิงล้อเลียน เมื่อรู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอคนนี้เจ้าระเบียบยิ่งกว่าใคร เสียงทุ้ม ๆ ที่ตอบมาแบบเกร็ง ๆ ยิ่งทำให้เธอยิ้มกว้างกว่าเดิม

"เลิกเรียนแล้วครับ แต่งตัวยังไงก็ได้"

"ฮะ ๆ"

..ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองรึเปล่า แต่เธอคิดว่าน้องเขาดู..เกร็งนิด ๆ แฮะ..

คิดได้ดังนั้นดวงตาสีดำสนิทก็ฉายแววสนุกขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่พลางแสร้งตีสีหน้าจริงจัง

"เดี๋ยวนะ.. มันไม่ยุติธรรมอ้ะ"

แน่นอนว่ารุ่นน้องหนุ่มตรงหน้าเธอต้องไม่เข้าใจอยู่แล้ว ดวงตาคมหลังกรอบแว่นฉายแววสงสัยชัดเจน

"หา? ครับ"

"ทำไมพี่เปียกคนเดียวอ้ะ ปืนไม่เห็นจะเปียก"
 
สิมิลันซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้สีหน้าจริงจังก่อนจะเอ่ยต่อ
 
"เพื่อความยุติธรรม ออกไปยืนตากฝนทีสิจะได้เปียกเหมือน ๆ กัน"



เธอรู้..ว่าเขาไม่ทำหรอก แกล้งไปงั้น ๆ แหละ ใครจะวิ่งออกไปให้ตัวเองเปียกฝนเป็นเพื่อนอีกคนกันล่ะ..


แต่ก่อนที่เธอจะได้เฉลย มือใหญ่ของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ยื่นกระเป๋าของเขามาให้เธอ เด็กสาวรับมาแบบงง ๆ

"งั้นฝากนี่แป๊บนึงครับ" ยุทธศาสตร์เอ่ยแล้วก็วิ่งออกไปนอกอาคารเรียนทันที

นัยน์ตาสีดำสนิทของสิมิลันเบิกกว้างอย่างตกใจ.. เธอไม่คิดว่าเขาจะวิ่งออกไปจริง ๆ การกระทำของเด็กหนุ่มในครั้งนี้สร้างความรู้สึกประหลาดที่วิ่งเข้าสู่หัวใจเธออย่างจัง แต่เด็กสาวก็ปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่กำลังก้าวพ้นผ่านอาคารเรียน

"เฮ้ยยยยยยยย เดี๋ยววววว พี่ล้อเล่นนนนนน"
 
มือบางคว้าท่อนแขนแกร่งเอาไว้ก่อนจะลากเขากลับเข้ามาในอาคารเรียนเหมือนเดิม

"โอ๊ยย ปืนจะซื่อเกินไปแล้วนะ พี่ล้อเล่นค่ะ"

วงหน้าคมของยุทธศาสตร์ฉายแววสงสัยอย่างชัดเจน พร้อมกับนัยน์สีเข้มหลังแว่นที่ฉายแววจริงจังจนเธอถึงกับเหวอ

"นี่..ซีเรียสขนาดนั้นเลยเหรอ พี่พูดเล่นเฉย ๆ ค่ะ"
 
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ตัวสูงกว่า เมื่อเห็นว่าเขายังคงมีสีหน้าจริงจังไม่เปลี่ยน ไม่รู้ทำไม..เหมือนกับว่าเธอรู้สึกร้อนรนนิด ๆ
 
"โอ๊ยยย พี่ขอโทษ ไม่คิดเลยว่าจะจริงจังขนาดนี้ เอาไว้คราวหลังพี่จะระวังนะคะ"
 
เธอทอดหางเสียงอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะก้มหน้าแล้วหัวเราะแหะ ๆ
 
"ขอโทษค่า"

"ผมล้อเล่น"

ประโยคสั้น ๆ กับน้ำเสียงนุ่ม ๆ ของคนตรงหน้าทำเอาเธอเหวอหนักและทำหน้าไม่ถูก

"อ้าว กลายเป็นว่าพี่โดนแกล้งคืนซะแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ โอเค หายกัน"

สิมิลันหัวเราะอย่างขำ ๆ เมื่อเธอกลายเป็นฝ่ายที่โดนแกล้งเสียเอง เด็กหนุ่มยื่นมือออกมาพร้อมกับส่งสายตาไปที่กระเป๋าที่อยู่ในมือเธอ

"กระเป๋าผม"
 
เธอยื่นกระเป๋าคืนให้เขา แล้วถอนมือออกจากท่อนแขนเมื่อรู้สึกว่า..เธอจับมันไว้นานแล้ว ก่อนที่คิ้วเรียวจะขมวดมุ่นเมื่อได้ฟังประโยคต่อไป
 
"เมื่อกี๊แกล้ง แต่ตอนแรกจะวิ่งไปจริง ๆ นะครับ"

"หา จะวิ่งไปจริงดิ แล้วจะวิ่งไปทำไมให้ตัวเองเปียกละคะ ให้พี่เปียกคนเดียวก็พอแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ"

"ก็จะได้เป็นเพื่อนพี่ปั้น...มั้งครับ" เขาเว้นระยะเล็กน้อย "แต่เป็นเพื่อนไม่ได้ เลยเป็นน้องไปก่อน ฮะ ๆ"

"ฮะ ๆ ไม่ต้องขนาดนั้น คนนึงแห้งคนนึงเปียกน่ะดีแล้ว"

"อีกอ ย่าง ทำไมจะเป็นเพื่อนไม่ได้ เป็นได้สิ เพื่อนรุ่นน้องไงคะการจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้จำกัดอายุซักหน่อยนี่คะ"
 
เด็กสาวยิ้มกว้างอย่างสดใส แล้วอดแปลกใจกับคำพูดของรุ่นน้องตรงหน้าเธอไม่ได้

"ผมไม่กล้าเป็นเพื่อนพี่หรอก จะว่าไงดี..คือ มันไม่ได้มั้งครับ แหะ ๆ"

"แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ"

..ทำไมรุ่นน้องเธอถึงพูดว่าเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เธอไม่ได้จำกัดนะว่ารุ่นน้องจะเป็นเพื่อนเธอไม่ได้น่ะ..

"ก็เราเป็นพี่น้องกันไงครับ"

สิมิลันกระพริบตาปริบ ๆ อย่างไม่เข้าใจ ท่าทีจริงจังของคนตรงหน้าทำให้เธอหยุดคิด

 
..แต่เธอไม่เข้าใจจริง ๆ นี่นา ทำไมเป็นเพื่อนกันไม่ได้..
 
 
"เป็นพี่น้องก็เป็นเพื่อนได้นะคะ ไม่เห็นเป็นไรเลย"

"เอ้อ ช่างมันเถอะครับ"
 
ยุทธศาสตร์หยุดความคิดเธอด้วยประโยคสั้น ๆ ซึ่งเธอก็ยังคงสงสัย แต่ไม่รู้จะถามยังไง และคิดว่าเขาคงไม่อยากพูดต่อ เธอเลยเลือกที่จะเงียบ แล้วเปลี่ยนบทสนทนาไปตามเด็กหนุ่มตรงหน้า


"ไม่รู้เมื่อไหร่ฝนจะหยุดนะครับ"

เจ้าของร่างบางเบนสายตาไปมองท้องฟ้าด้านนอกอาคารเรียนก่อนจะไปทิ้งตัวลงนั่ง พร้อมกับคว้ากระเป๋าขึ้นมากอด เมื่อเห็นว่าฝนเจ้ากรรมก็ยังคงตกไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

"พี่ว่าคงอีกนานแหละ"

ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ จึงตัดสินใจทำลายความเงียบนั้นขึ้นมา

"รู้ป้ะ ทำไมฝนถึงตก"

"ไม่รู้ครับ เคยได้ยินแต่เรื่องที่เคยเรียนตอนประถม แหะ ๆ"

คำตอบของเขาทำให้เธอลอบยิ้มกับตัวเอง

"หือ? แล้วเค้าบอกว่ายังไง เล่าให้ฟังหน่อย"
 
เธอว่าพร้อมกับตบที่นั่งข้างตัวเป็นเชิงให้เขามานั่งตรงนั้น
 
"แล้วจะไปยืนตรงนั้นทำไม มานั่งใกล้ ๆ กันนี่สิ จะได้ไม่ต้องตะโกนแข่งกับเสียงฝน"

ร่างสูงเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ เธอ เสียงทุ้ม ๆ ที่เอ่ยเล่าให้เธอฟังราวกับว่าลอกตำราเรียนมาทั้งดุ้นทำให้เธอขำ

"ก็ที่ครูสอนเรื่องวัฎจักรน้ำน่ะครับ พอไอมันระเหย เดี๋ยวเมฆก็กลั่นเป็นฝน.."

"ฮะ ๆ จริงจังสมเป็นน้องปืนดี"
 
ร่างบางกระชับกระเป๋าให้แน่นขึ้นเพื่อคลายความหนาว
 
"แต่ที่จริงน่ะนะ.. ฝนตกเพราะกบร้องต่างหาก ฮ่า ๆ ๆ ๆ"

สิมิลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นสีหน้าที่เคยจริงจังนั้นออกแนว 'เหวอ' อย่างชัดเจน

"แค่นี้เองเหรอครับ" เขาถามต่อด้วยความงุนงง "กบมันร้องแล้วฝนมันจะตกยังไง"

"แค่นี้สิ ก็กบร้องไงฝนเลยตก กบมันอยากเล่นน้ำฝนก็เลยร้องดัง ๆ ฟ้าได้ยินก็เลยส่งฝนมาให้กบ"

สาเหตุของการทิ้งตัวลงของหยดน้ำจากฟ้าที่เธอเล่าให้เขาฟัง เธอมั่นใจว่ารุ่นน้องคนนี้จะต้องไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนแน่ ๆ

ไม่รู้ทำไม.. เธอรู้สึกชอบที่จะเห็นสีหน้าแบบอื่นของเขามากกว่าสีหน้าจริงจังและเกร็ง ๆ เธอรู้ว่าเขาไม่เชื่อเรื่องที่เธอเล่าหรอก แต่เธอแค่อยากเห็นสีหน้าแบบอื่น อยากให้เขาหายเกร็งเท่านั้นเอง

"อ่อ อย่างงี้นี่เอง" เขารับคำง่าย ๆ "ท้องฟ้าใจดีจัง"

แต่แล้วเด็กหนุ่มรุ่นน้องข้างตัวเธอก้ทำให้เธอตกใจอีกครั้ง ก่อนที่จะหลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างอดไม่ได้

"พรืดดดดดดดดดด ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ"

โดยไม่รู้ตัว..มือบางเอื้อมไปวางแหมะบนศีรษะของเด็กหนุ่มที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีดำสนิท ก่อนจะขยี้อย่างหมั่นเขี้ยว

"โอ๋ ๆ เด็กน้อยยยย น่ารักจริง ๆ" แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ "ขอโทษค่ะ พี่ลืมตัว แหะ ๆ"

"เอ้อ...ครับ"

สิมิลันเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจนัก เมื่อเห็นว่าเขาก้มหน้างุดพร้อมกับใช้มือจัดทรงผมตัวเองให้เหมือนเดิม

"คง..ไม่ได้ถือใช่มั้ย? ผู้หญิงเล่นหัวน่ะ"

"ไม่ถือครับ แต่ไม่เคยมีคนลูบหัวมาก่อน..."

"เฮ้อ อ โล่งงง.." คำตอบของเขาทำให้เธอเบาใจ
 
"พี่นึกว่าจะถือซะอีก ถ้าไม่ถือก็แล้วไป นี่แน่ะ ๆ ฮ่า ๆ"
 
เด็กสาวเอื้อมมือไปขยี้ผมเขาเล่นอีกรอบอย่างอารมณ์ดี

 
เธอบอกแล้ว.. เธอชอบเห็นสีหน้าแบบอื่นของเขา...


"อีกอย่าง...แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าลูบนะ เค้าเรียกว่าขยี้ : P"

คนร่างสูงข้าง ๆ เธอก็ยอมให้เธอขยี้เล่นอย่างไม่ปัดป้องทำให้ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว และไม่ได้คิดติดใจสงสัย...

"ขยี้ก็ได้ครับ ม้าแตกหมดแล้ว..."

"อ๊ะ จริงด้วย ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ"
 
ร่างบางที่นั่งจุ้มปุ้กกอดกระเป๋าก็ย้ายตัวเองมานั่งยอง ๆ ด้านหน้าเด็กหนุ่มที่ตอนนี้โดนขยี้ผมซะจนไม่เหลือเค้าหน้าม้าที่เป็น เอกลักษณ์ประจำตัวแล้ว มือบางที่เคยประทุษร้ายศีรษะของคนตรงหน้าเปลี่ยนเป็นค่อย ๆ จัดทรงให้เข้าที่อย่างเบามือ พร้อมกับสิ่งยิ้มกว้างให้อย่างเคย

"พี่ไม่มีหวี ทำได้แค่นี้แหละ"


นัยน์ตา สองคู่สบกัน.. ชั่วแวบนึงที่..นัยน์ตาจริงจังแฝงแววเขินหลังกรอบแว่นสีเข้มทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของเธอสะดุด ก่อนที่ความรู้สึกใด ๆ จะก่อตัวขึ้นให้เธอได้สงสัย น้ำเสียงทุ้มของคนตรงหน้าก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงฝนที่เบาลง

"ฝน...ซาแล้วครับ"

สิมิลันหันไปมองท้องฟ้าด้านนอก เป็นจังหวะเดียวกับที่ยุทธศาสตร์ถอยตัวออก

"อื้มม น้องปืนจะกลับก่อนเลยก็ได้นะคะ พี่คงต้องรอให้ฝนซากว่านี้อีกหน่อย ไม่ไหว หนาว" เธอย้ายตัวเองกลับมานั่งที่เดิม
 
"ขืนเปียกยิ่งกว่านี้นี่แข็งตายบนบีทีเอสแหงเลย ฮ่า ๆ"

"งั้น...ผม ยังไม่กลับดีกว่า"
 
ดวงตาสีดำฉายแววแปลกใจชัดเจน แล้วคำพูดต่อมาของเขาจะทำให้เธออึ้ง ความรู้สึกแปลก ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในแบบที่เธอไม่เข้าใจ

"ถ้าเราเป็นเพื่อนกันได้ งั้นให้ผมอยู่เป็นเพื่อนพี่นะ"

เธอยอมรับเลยว่า..คำพูดประโยคสั้น ๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกดีอย่างประหลาด ก่อนที่เธอจะเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

"เอางั้นก็ได้ จะอยู่เป็นเพื่อนหรือจะอยู่เป็นน้องก็ตามใจ"

 
 
ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสายฝนซา ๆ และความรู้สึกประหลาดทำให้เธอตัดสินใจที่จะทำลายมันลงอีกครั้ง

"หิวมั้ย"

"นิดนึงครับ"

สิมิลันก้มลงไปคุ้ยกระเป๋าที่อยู่ในอ้อมกอด
 
"นี่" เธอทำหน้ามุ่ยนิด ๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าบัตเตอร์เค้กที่แปลงร่างเป็นขนมบู้บี้ไปเสียแล้ว
 
"อ้าว ไหงเป็นงี้ล่ะ สงสัยกอดแน่ไปมั้งเนี่ย" ก่อนจะยื่นให้คนข้างตัว

"พี่มีอันนี้อ้ะ แต่มันแบนแต๊ดแต๋เลย พอจะทานได้มั้ยคะ"

ยุทธศาสตร์รับเจ้าบัตเตอร์เค้กบู้บี้นั้นพร้อมกับรอยยิ้มนิด ๆ

"กินได้ครับ พี่ล่ะ หิวมั้ย"

"ไม่หิวหรอก" เธอสั่นหัว "หนาวมากกว่า น้องปืนกินเถอะค่า บ้านพี่ยังมีอีกเยอะ"

"ผมติดหนี้พี่อีกแล้ว จะหาทางทำมาคืนนะครับ"

"ไม่เป็นไรค่า ถือเป็นของตอบแทนที่อุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนไง"
 
เจ้าของขนมยิ้มกว้าง แต่แล้ววิญญาณคนขี้แกล้งจะเข้าสิงเธออีกครั้ง
 
"ถ้ากินแล้วติดคอก็ไปอ้าปากรองน้ำฝนกินแทนน้ำนะ" ว่าแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะออกมา ก่อนที่จะชะงักไปเหมือนนึกขึ้นได้

"เดี๋ยว..พี่ล้อเล่นนะ อย่าทำจริง"

เธอดักคอเด็กหนุ่มไว้ก่อน ด้วยกลัวว่าเขาจะวิ่งเอาปากไปรองน้ำฝนอย่างที่ว่าจริง ๆ รุ่นน้องตรงหน้าเธอนี่เหมือนใครที่ไหนล่ะ..

"กำลังคิดว่าจะไปพอดีเลยครับ"

"อย่านะคะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ" ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะพัฒนาจากคนถูกแกล้งมาเป็นคนแกล้งเธอแทนซะแล้วสิ
 
"พี่มีน้ำไม่ต้องไปกินน้ำฝนหรอกนะ"

"ผมล้อเล่น"

นอกจากนี้ยังแปลงร่างจากหนุ่มน้อยขี้อายเป็นหนุ่มน้อยขี้แกล้งอีกด้วย..  เธอคิดในใจอย่างขำ ๆ

"ฝนมันใกล้หยุดแล้วด้วยครับ คงกินไม่ได้แล้ว ฮะ ๆ"

เสียงหัวเราะดังออกมาแบบสบาย ๆ ทำให้สิมิลันหันไปยิ้มใส่ตาของเขา

ตั้งแต่ที่เริ่มคุยกันมา.. เธอรู้สึกว่ามันต่างจากครั้งก่อน ๆ ที่เจอกัน เด็กหนุ่มตรงหน้าเหมือนจะ..อายน้อยลง แต่เกร็งมากขึ้น แต่เสียงหัวเราะเมื่อสักครู่ทำให้เธอรู้สึกดี.. รู้สึกดีที่แกล้งเขาและยอมถูกเขาแกล้งจนได้เห็นท่าทีสบาย ๆ แบบนี้.. เหมือนกับว่า..
 
 
เส้นกั้นบาง ๆ มันกำลังจะ..หายไป


ไม่รู้ทำไม..แต่เธอรู้สึกแค่ว่า..ไม่อยากให้เขาเกร็ง..ต่อหน้าเธอ แค่นั้น..

"หายเกร็งแล้วนี่นา"

สีหน้างง ๆ ของยุทธศาสตร์ทำให้เธอยิ้มกว้าง

"ฮะ ๆ ใช่ค่ะ ตอนแรกน่ะนะ แต่ตอนนี้หายแล้ว"

"ฮะ ๆ ...ครับ" นัยน์ตาคมหลังกรอบแว่นเบือนไปมองที่ท้องฟ้า "น่าจะกลับได้แล้วมั้งครับ ไม่ค่อยตกแล้ว"

"เอา งั้นก็ได้"
 
มือบางหยิบถุงเท้าที่เริ่มแห้งมาใส่พลางสวมรองเท้า
 
"เฮ้ออ หนาวตายบนบีทีเอสก่อนถึงบ้านแหง ๆ เลย" เธอบ่นเบา ๆ ก่อนจะหันไปถามคนข้างตัวที่ยืนมองเธออยู่
 
"น้องปืนกลับไงคะเนี่ย"

"ขับมอเตอร์ไซค์กลับครับ ปกติมาเอง"
 
ดวงตาสีดำของยุทธศาสตร์เบือนหนีไปเล็กน้อย ก่อนจะวกกลับมาสบตาเธออีกครั้ง
 
"พี่ปั้นสนใจ...เอ่อ..ไปด้วยกันมั้ย"

"ได้เหรอคะ" เด็กสาวยื่นมือออกไปเป้นเชิงให้เขาจับลุกขึ้น

"ได้ สิครับ"
 
ร่างสูงฉุดคนตัวเล็กกว่าให้ขึ้นมายืนข้าง ๆ เขา ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ ที่ส่งผลต่อ..อัตราการเต้นของหัวใจเธออีกครั้ง

"ก็...เป็นเพื่อนกันนี่นา"


END...

 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บทส่งท้าย..
 
 
"แต่ว่า.. แหะ ๆ คือ.. พี่..ไม่เคยนั่งมอเตอร์ไซมาก่อนเลยอ่า"
 
ท่าทีของสิมิลันยืนมองเจ้ารถจักรยานยนต์ของเขาด้วยรอยยิ้มเขิน ๆ ทำให้เจาของร่างสูงอดยิ้มออกมาไม่ได้

"อ้าว ลองดูก็ได้ครับ เป็นประสบการณ์ ผมขับไม่ซิ่ง รับประกันความปลอดภัย"

คนตัวเล็กลอบกลืนน้ำลายก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ

"ฮะ ๆ ลองดูก็ได้"

"งั้นไปกันครับ"

"อื้อ"


สิมิลันยืนมองพาหนะตรงหน้าอีกครั้ง เสียงพึมพำดังขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาสีดำฉายแววหวั่นใจนิด ๆ

"คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"

คนหูดีที่ได้ยินดังนั้นจึงหันมาส่งยิ้มกว้างพร้อมนัยน์ตาคู่คมพราวระยับอย่างล้อ ๆ

"ไม่เป็นไรครับ"

"ดัน ได้ยินอีก" คราวนี้เธอลดเสียงให้เบากว่าเดิม เพื่อไม่ให้เจ้าสารถีจำเป็นได้ยินอีก
 
"รีบกลับกันเถอะ ก่อนที่ผนจะลงมาอีกรอบ คราวนี้พี่ได้แข็งตายแน่ ๆ"

"จริงด้วยครับ รีบไปดีกว่า รับรองแป๊บเดียว"

ประโยคของคนร่างสูงทำเอาเธอสะดุ้ง

"หือ.. นาน ๆ ก็ได้ม้างง พี่อยากดื่มดำบรรยากาศข้างทางน่ะ" มือบางรวบกระโปรงแล้วขึ้นไปซ้อนมอเตอร์ไซค์ที่เจ้าของสตาร์ทรออยู่แล้ว  
 
"ป้ะ"

..เธอจะบอกได้ยังไง ..ถ้าเขาขับเร็วเธอก็กลัวยิ่งกว่านี้น่ะสิ !! ..
 
 
 
"ถ้าอากาศไม่ได้เป็นแบบนี้มันคงจะโรแมนติคกว่านี้นะ ฮ่า ๆ เพราะตอนนี้หนาวจนจะแข็งเลยอ้ะ"
 
คนซ้อนเอ่ยขึ้นต้านเสียงลมที่พัดมาระหว่างทางพลางขดตัวซ่อนอยู่ด้านหลังคนขับที่ตัวโตกว่า ทำให้ยุทธศาสตร์ลอบยิ้ม ก่อนที่จะพูดในสิ่งที่เธอไม่ค่อยเข้าใจนัก..

"แต่ผมว่าดีออกนะ"

..เธอไม่รู้ว่า..เขาหมายความว่าอากาศดี หรือเพราะบรรยากาศมันดี.. หรือเพราะ.....

สิมิลันสะบัดหัวไล่ความคิดสุดท้ายที่อาจจะพุ่งขึ้นมาแล้วส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจของเธอ.. แต่เธอก็อดคิดไม่ได้ว่า..

.
.
..แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน..

:)
 
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
สรุป
 
- ฝนตก ปั้นเลยวิ่งออกจากห้องคหกรรมไปอาหารเรียน
 
- ไปเจอน้องปืนนนน ก็เลยติดฝนอยู่ด้วยกัน
 
- เห็นน้องเค้าเกร็งก็เลยแกล้งจะได้หายเกร็ง
 
- แต่แล้วก็โดนแกล้งกลับ 555
 
- รู้สึกแปลก ๆ แต่ยังไม่รู้ใจตัวเอง
 
- พอฝนหยุดน้องปืนก็อาสาไปส่งที่บีทีเอส
 
- ซ้อนท้ายไปคุยไป
 
- จบ.
 
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
คุ้ย ๆ คุย ๆ
 
- อา.. เอนทรี่นี้เปิดรูทข้ามรุ่นอย่างเป็นทางการค่ะ
 
- ฟิคนี้ดองมานานมากอ้ะค่ะ
 
- พี่พรส่งกระทู้ข้าวใหม่ปลามันในพันดริฟมาให้อ่านเลยฟิตจัดค่ะ คึก..เขียนพรวดเดียวจบเลย 555
 
- จริง ๆ คือเขียนใกล้เสร็จแล้ว แต่มันอยู่ในโน๊ตบุ๊คที่ม.เลยต้องมานั่งเขียนใหม่
 
- แต่ต่อจากนี้จะโยนฟิคลง  Dropbox ละค่ะ จะได้ดึงข้อมูลได้ง่าย ๆ 55
 
- ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่าา :))
 

Comment

Comment:

Tweet

Purchase Philosophy Essay (perfectwritings.com), save your time and do other important things while certified writers will cope with your writing work.

#7 By Abortion Essay (31.184.238.73) on 2013-08-04 09:16

Nobody is as experienced as essays writing organization is! So, it should be completely safe to buy <a href="http://www.supreme-essay.com/essay-paper.html">essay paper</a>. Furthermore, that is the most preferred option!

#6 By Johns35TAMMI (31.184.238.73) on 2013-08-01 15:37

แหมมมมมมมมมมมม

ปั้นเอ้ย เด็กอะเนื้อกรุบๆ ชวนน้ำลายสอนะ

// เฟิร์นจีนแดงกล่าวwink

#5 By Fern-CS#4 on 2013-01-22 18:41

เขียนดีครับ มีบทสนทนาเยอะดีแต่พูดบรรยายเพิ่มอีกนิดจะรื่นรมย์ขึ้น
สิ่งดีๆกำลังเกิดกับตัวน้อยแล้วแหง๋งๆopen-mounthed smile Hot!

#4 By แทณนี่แหละ on 2013-01-22 09:15

@stamp1112 แอร๊ยยยย ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ อันนี้เป็นฟิคสั้น ๆ (?)
คือเราพยายามทำให้มันสั้นที่สุดแล้วนะคะ แต่ไม่รู้ทำไม เขียนทีไรยาวตลอดเลยค่ะ 555
ปล.เราอ่านทั้งนิยายและการ์ตูนค่ะ ก๊ากกก confused smile confused smile

#3 By ~ คุณใบเตย ~ on 2013-01-12 12:05

ไม่เคยอ่านอะไรยาวขนาดนี้เลยครับ/ไม่อ่านนิยาย
อ่านเเล้วยิ้มร่าาเลย "ฝนตกเพราะกบร้องต่างหาก ฮ่า ๆ ๆ ๆ"surprised smile Hot! Hot! Hot!

#2 By stamp on 2013-01-12 06:40

แหมมมมมมมมมมมมม แหมมมมมมมมมมมมมมมมมม
/มากริ๊บกริ้วใส่คู่นี้ ฮิๆๆๆๆ A w A

#1 By MintieZ commu on 2013-01-11 23:16