[HB] 008 : In the Rain

posted on 12 Oct 2014 23:03 by satan-lucus
 
*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Coffee Shop*
 
 
 
 
 

[HB] - 008 In the Rain


ช่วงเวลา : เดือนตุลาคม
 
ตัวละคร : จีน, นนท์, มิ้นท์, อิน
 
หมายเหตุ : เป็นภาคต่อของมหากาพย์(?)ค่ะ ต้องอ่าน [HB] Rhythm of the rain(ผปค.นนท์, อิน) ก่อนถึงจะเข้าใจค่ะ Cool
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 

..หนัก.. 

 

แพขนตาหนาขยับขึ้นลงเล็กน้อยก่อนจะเปิดขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาปรือปรอยสีดำสนิท มือเรียวบางยกขี้นมานวดขมับเมื่อรู้สึกหนักหัวกว่าที่เคย จิรันดายันตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็นกว่าเดิมเล็กน้อย 

 

แว่วเสียงสายฝนที่ดั่งมาจากทางหน้าต่าง เรียกความทรงจำในเมื่อวานให้ย้อนกลับมา ริมฝีปากบางยกยิ้มนิด ๆ เมื่อนึกไปถึงคนไม่ชอบร้องเพลงที่กลับร้องเพลงออกมาได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาตั้งใจร้องให้เธอฟัง สำหรับเธอเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว 

 

แล้วก็นึกไปถึงเสียงทุ้มนุ่มที่เจ้าตัวที่เอ่ยให้ได้ฟังก่อนจะเข้านอน และจะด้วยพิษไข้หรืออะไรก็แล้วแต่ พวงแก้มใสพลันฉีดสีเรื่อขึ้นมาจาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ 

 

หัวเราะเบา ๆ ออกมาเมื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ มือบางจัดการพับเก็บที่นอน และวางแผนจะเข้าห้องน้ำเร็วกว่าที่เคย เมื่อรู้ว่าหากมารดามาเห็นสภาพเธอในตอนนี้อาจจะห้ามไม่ให้เธอไปทำงานอย่างที่ใครบางคนก็ห้ามเธอแน่ ๆ 

 

จริง ๆ เธอเองก็รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของเขา แต่แค่มึนหัวนิดหน่อยคงไม่ถึงขั้นต้องหยุดงาน กินยาครู่เดียวเดี๋ยวก็หาย อีกอย่างคือที่ร้านในตอนนี้ค่อนข้างยุ่ง หากเธอไม่ไปทำงานอาจจะเป็นการสร้างภาระให้กับเชฟได้ 

 

ร่างโปร่งบางพาตัวเองเข้าห้องน้ำโดยไม่ได้สังหรณ์ใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ได้เลย 


------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 


อ้าวพี่จีน ไหนอินโทรมาบอกนนท์ว่าพี่จีนจะหยุดไงคะเสียงหวานดังมาจากสาวร่างเล็กเมื่อเห็นคนที่น่าจะหยุดวันนี้เดินถือร่มเข้ามา คิ้วเรียวขมวดนิด ๆ อย่างแปลกใจ ในเมื่อตอนเช้าน้องชายตัวดีของเธอโทรมากำชับนักกำชับหนาว่า ให้เธอบอกมานิตาด้วยว่า วันนี้จะไม่มีผู้ช่วยเชฟ แต่เธอยังไม่ทันจะได้บอกอะไร คนที่คาดว่าจะหยุดก็มาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ แถมยังเป็นเวลาที่เช้ากว่าปกติเสียด้วย 

 

พี่ไม่อยากหยุดค่ะ เกรงใจพี่ตา ช่วงนี้งานยุ่ง ๆผู้ช่วยเชฟเอ่ยด้วยสีหน้าติดจะเพลียเล็กน้อย และก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปตากร่มที่ด้านหลัง ขาเรียวก็หยุดชะงักเล็กน้อยราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้อย่าบอกอินนะคะ” 

 

ได้ค่ะ แต่ถ้าพี่จีนไม่ไหวต้องบอกนนท์ทันทีเลยนะคะนนทรีเอ่ยรับด้วยสีหน้าห่วง ๆ ทำให้อีกฝ่ายต้องยิ้มจาง ๆ พลางผงกหัวรับความเป็นห่วงนั้น นัยน์ตากลมโตของบาริสต้าสาวมองตามร่างโปร่งบางของจิรันดาไป เธอไพล่นึกไปถึงคนเป็นน้องชายราวกับจะเดาได้ว่า ถ้าหากเขารู้ว่าหญิงสาวคนนี้มาทำงาน มันจะเกิดอะไรขึ้น 




พลั่ก 

 

โอ๊ย” 

 

เสียงที่ไม่เบานักดังมาจากทางที่ผู้ช่วยเชฟสาวเดินลับหายไป เรียกให้นนทรีหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เธอละจากหน้าเคาท์เตอร์ทันทีเมื่อคิดได้ว่า ณ ตอนนี้ที่ร้านมีแค่เธอกับจิรันดาเท่านั้น  

 

สาวเท้าเร็ว ๆ พอกับใจที่เริ่มร้อนขึ้นเมื่อในหัวคิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงกับรุ่นพี่สาวคนนั้น แล้วนัยน์ตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า 

 

จิรันดาที่นั่งซบหน้าลงกับเข่าข้างหนึ่งที่ชันขึ้นมา มือทั้งสองข้างกุมบริเวณข้อเท้า ซึ่งดูจากรูปการณ์แล้วเดาได้ไม่ยากว่า เจ้าตัวคงจะก้าวผิดท่าในพื้นที่ต่างระดับตรงนี้ 

 

พี่จีน !!ร่างเล็กถลาเข้าไปหาทันทีเมื่อรวบรวมสติได้ มือบางทาบทับมือร้อนผ่าวของอีกฝ่ายที่กุมข้อเท้าตนเองอยู่เป็นอะไรมากมั้ยคะ” 

 

เจ็บ..ค่ะ มันพลิกเมื่อกี๊จิรันดาเอ่ยเสียงเครือ ๆ นัยน์ตาสีดำที่เงยสบอีกฝ่ายมีน้ำตาเอ่อคลอเล็กน้อย มือเรียวพยายามบีบนวดเพื่อให้อาการปวดทุเลาลงบ้าง 

 

นนท์ว่าพี่จีนไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ ไม่ก็คลินิกใกล้ ๆ นี้ก็ได้หญิงสาวเอ่ยอย่างกังวลพลางเหลือบมองนาฬิกาอีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาเปิดร้าน เดี๋ยวนนท์พาไปเองค่ะ” 

 

แต่..” 

 

นะคะอย่าเกรงใจนนท์เลย ถ้าไม่ได้ช่วยพี่จีน นนท์จะรู้สึกผิดมากน่ะคะ” 

 

คนอายุมากกว่ายิ้มจาง ๆ รับความหวังดีนั้นพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นโดยมีสาวร่างเล็กช่วยประคอง และด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบสิบเซนทำให้คนเจ็บหัวเราะออกมาเบา ๆ 

 

ตัวเล็ก” 

 

ขำได้แบบนี้แสดงว่าไม่เจ็บแล้วใช่มั้ยคะคนโดนล้อกระเซ้ากลับยิ้ม ๆ อย่างอารมณ์ดี 

 

เจ็บค่ะเสียงตอบอ่อย ๆ จากคนเป็นผู้ช่วยเชฟเรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนที่ทั้งสองจะสะดุ้งเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงโพล่งขึ้นมาจากสาวมาดเท่ประจำร้าน 

 

พี่จีน !! เป็นอะไรคะ” 

 

ขาแพลงค่ะ และกำลังจะไปคลีนิกใกล้ ๆ นี่นนทรีชิงตอบอย่างรวดเร็วเมื่อเหลือบไปเห็นคิ้วเรียวเริ่มขมวดจาง ๆ และหยาดเงื่อที่เริ่มไหลซึมตามไรผมของคนที่เธอพยุงอยู่ 

 

มาค่ะ เดี๋ยวมิ้นท์ช่วยมิลินทร์เดินเข้ามาขนาบข้างที่ว่างอยู่ของคนเจ็บทันที ส่วนสูงที่ไม่ต่างกันมากนักและบวกด้วยความแข็งแรงของเจ้าตัว ทำให้จิรันดายืนได้มั่นคงขึ้น เธอเหลือบมองไปยังคนเด็กสุดก่อนจะกวาดสายตากลับมายังอีกคนราวกับจะล้อเลียน ซึ่งนนทรีเองก็เข้าใจความหมายของสายตานั้น เธอจึงได้รับการย่นจมูกอย่างน่ารักเป็นของตอบแทน 

 

มือบางกระชับแขนที่ถูกจับโดยเด็กทั้งสองคนแน่นยิ่งขึ้น ริมฝีปากบางลอบเม้นเข้าหากันเพื่อสะกดความเจ็บปวดที่ผุดพรายขึ้นมาเป็นระยะ สายตากวาดมองความห่วงใยของคนทั้งคู่แล้วก็ลอบยิ้มกับตัวเองในใจ 

 

ขอบคุณทั้งสองคนมาก ๆ นะคะ” 



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

 

โห ถึงกับต้องใส่เฝือกเลยเหรอคะบริกรสาวมาดเท่เอ่ยขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นข้อเท้าของจิรันดาที่กำลังเดินกะเผลกออกมาโดยมีบุรุษพยาบาลช่วยประคอง เพราะนนทรีต้องการให้เธอถึงมือหมอโดยเร็วที่สุด จึงเลือกคลีนิกใกล้ ๆ ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วย เพราะถ้าไปโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ป่านนี้เธอคงถูกจับนั่งรถเข็นไปเรียบร้อยแล้ว 

 

แค่เฝือกอ่อนเอง...ค่ะเสียงท่อนสุดท้ายขาดหายไปเมื่อเธอเงยหน้ามาเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังบาริสต้าสาว นัยน์ตาสีดำเบิกกว้างเล็กน้อยอย่างตกใจ ก่อนที่จะกลับมานิ่งสงบตามเดิม  

 

เอ่ยขอบคุณบุรุษพยาบาลข้างตัวเบา ๆ เมื่อเขาค่อย ๆ ปล่อยมือจากแขนเธอ ร่างโปร่งบางเซเล็กน้อยเมื่อแท่นยึดหายไป ก่อนจะกลับมามั่นคงอีกครั้งเมื่อมือใหญ่ของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเธอพอดี 

 

เงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าก็พบแต่ความเรียบเฉย รอยยิ้มที่เคยมีให้เธอเสมอกลับหายไป ซึ่งมันทำให้สัญญาณเตือนภัยในหัวของเธอดังลั่น 

 

ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าวันนี้ให้หยุดอินทนิลเอ่ยเสียงเบาราวกับต้องการสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง มือที่กำอยู่รอบแขนเหมือนจะกระชับแน่นขึ้นอย่างรู้สึกได้ นัยน์ตาสีน้ำตาลดำเริ่มวาวโรจน์ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังอย่างควบคุมไม่อยู่ 

 

แล้วทำไมถึงทำแบบนี้ ! “ 

 

ขอโทษค่ะจิรันดาหดคอหนีพลางเอ่ยเสียงเบา เปลือกตาบางหลุบต่ำลงจนเห็นแพขนตาหนา ก่อนเหลือบขึ้นมามองคนตัวสูงที่ยังคงไม่ละสายตาจากเธอ 

 

ถ้ามันไม่จบแค่ขาแพลงจะทำยังไงเสียงเครือที่เจือความเว้าวอนทำให้เธอสะท้าน มือบางยกขึ้นไปกำชายเสื้อของอีกคนทันที นัยน์ตาคู่สวยที่เริ่มมีน้ำตาคลอทำให้วงหน้าคมต้องเบือนหนี  



ร่างสูงที่ตั้งใจจะเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ตัวเองจำต้องหยุดความคิดนั้นลง เมื่อเหลือบไปเห็นมือบางที่ยังคงกำชายเสื้อเขาแน่น ดวงตาคมหลุบมองคนที่มักจะมีสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ตอนนี้กลับแสดงให้เห็นถึงความเสียใจอย่างชัดเจน 

 

สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นการเปลีย่นแปลงเพียงเล็กน้อย ที่อาจจะสัมผัสไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เขารู้ และเธอเล่าจะรู้ไหม ว่าทันทีที่เขารู้ข่าวเธอจากพี่สาวตนเอง เขารู้สึกแบบไหน ความร้อนใจที่ถีบตัวขึ้นสูงทำให้เขาคิดไปต่าง ๆ นานา ถ้าเกิดว่าเธอไม่ได้แค่ขาแพลงจะทำยังไง ถ้าเธอต้องเจ็บมากกว่านี้เขาจะทำยังไง  

 

ถึงแม้จะเห็นด้วยตาตัวเองแล้วว่าเธอยังคงปลอดภัย และเจ็บเพียงที่ข้อเท้าอย่างที่นนทรีว่า แต่อารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงแล้วไม่อาจกดลงได้ง่าย ๆ เลย 



เดี๋ยวผมไปส่งร่างสูงเอ่ยพลางหันกลับไปมองสองสาวที่ยืนคอยห่างออกไป ทั้งคู่สาวเท้าเข้ามาใกล้เธอก่อนจะส่งยิ้มจาง ๆ และไม่ลืมกำชับส่งท้าย ให้เธอต้องเอ่ยขอบคุณเบา ๆ 

 

อย่าลืมกินยาและพักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ” 

 

พี่จีนต้องรีบหายไว ๆ นะ” 





ท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นโดยมีเพียงเสียงฝนที่โรยตัวอยู่นอกรถ เป็นความเงียบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้จิรันดาขยับตัวอย่างอึดอัด นัยน์ตาสีดำเหลือบมองเด็กหนุ่มเป็นระยะ ๆ  

 

โกรธ..ใช่มั้ยคะดวงตาคมเหลือบมองเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันกลับไปตั้งสมาธิกับเส้นทางตรงหน้า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเขา 



ตอนนี้เธอทั้งปวดเขา และง่วงนอนเพราะฤทธิ์ยา ในหัวเธอเต็มไปด้วยความสับสนและคิดอะไรไม่ออกอย่างที่เคย เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ จึงได้แต่นิ่งเงียบอย่างที่ถนัด 

 

ไม่รู้ว่าการเงียบนิ่งอย่างที่เคยจะเป็นการทำให้ใครอีกคนโมโหหรือหงุดหงิดมากกว่าเดิมรึเปล่า แต่เธอหาทางออกในสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้จริง ๆ และคิดในมุมกลับ หากเป็นเขาที่ต้องมาเจ็บเหมือนที่เธอเป็นตอนนี้ เธอเองก็คงต้องโกรธเหมือนกัน 

 

เพราะห่วงมาก.. เลยโกรธมากเมื่อเธอไม่ฟัง 

 

เพราะห่วงมาก.. เลยเผลอขึ้นเสียงใส่เธอทั้ง ๆ ที่เขาคนนี้ไม่เคยทำมาก่อน 

 

และเพราะห่วงมาก.. เลยนิ่งเงียบ เพราะกลัวว่าถ้าหากพูดอะไรออกมาจะเป็นการทำร้ายใจเธอ 

 

เธอรับรู้มันได้ทั้งหมด และยังรู้อีกด้วยว่า สิ่งที่ทั้งสองต้องการในตอนนี้คือ.. เวลา 

 

เวลาที่ทั้งสองต่างจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้พร้อมเผชิญหน้าอีกฝ่าย


เธอเองก็เอ่ยขอโทษเขาไปแล้ว แต่คาดว่ามันคงยังไม่พอ ตอนนี้เธอจะปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเองไปก่อน และถ้าเธอจัดการกับตัวเองเมื่อไหร่ เธอจะทำให้เขาหายโกรธให้จงได้

จิรันดาคิดอย่างหมายมาดจนกระทั่งเผลอหลับไป โดยที่ไม่ได้รับรู้ถึงสายตาที่ลอบมองอย่างห่วง ๆ ของใครอีกคนเลย

 






To be continued...
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
สรุป
 
 
- จีนคิดว่าไม่เป็นไรมากเลยจะไปทำงาน
 
- นนท์เห็นจีนก็แปลกใจ เพราะตอนเช้าอินโทรมาบอกให้ลาตาให้
 
- จีนกำชับว่าอย่าบอกอินเรื่องมาทำงาน แต่สุดท้ายก็ก้าวพลาดกลายเป็นล้มขาแพง
 
- โดนหิ้วไปคลีนิกโดยนนท์และมิ้นท์
 
- อินรู้ข่าวเลยโมโหมาก แต่สุดท้ายก็ไม่ส่งอยู่ดีและยังโกรธอยู่
 
- ติดตามตอนต่อไป
 
 
 
 
คุ้ย ๆ คุย ๆ
 
 
- เอามาลงอย่างที่ลั่นวาจาไว้ค่ะ 55555555 ถ้าดูเมา ๆ ตรงไหนไปมั่งขออภัยด้วยค่ะ /คำนับ
 
- คือแบบมาถึงขั้นนี้คงไม่เรียกว่าเล่น ๆ แล้วอะ 555
 
- ว่าแต่.. สรุปแล้วอินเป็นตัวละครหลักใช่ไหมมม นี่ก็พยายามหยิบนนท์มาเล่นเพราะกลัวจะกลายเป็น OC ไป ความจริงคือนนท์เล่นง่ายค่ะ เหมือนออกมาจากอินเนอร์ เวลาหยิบมาแต่ละทีนี่ชิวและสบายใจมาก 5555 #โดนฆ่า
 
- ตอนแรกว่าจะเขียนรวบไปเลย แต่ไม่ไหว แยกสองพาร์ทดีกว่า ถือว่าทำสองอีเว้นท์ไปเลยยย แอร๊ยยย
 
- ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ค่า Cool
 

..หนัก..


แพขนตาหนาขยับขึ้นลงเล็กน้อยก่อนจะเปิดขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาปรือปรอยสีดำสนิท มือเรียวบางยกขี้นมานวดขมับเมื่อรู้สึกหนักหัวกว่าที่เคย จิรันดายันตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็นกว่าเดิมเล็กน้อย



แว่วเสียงสายฝนที่ดั่งมาจากทางหน้าต่าง เรียกความทรงจำในเมื่อวานให้ย้อนกลับมา ริมฝีปากบางยกยิ้มนิด ๆ เมื่อนึกไปถึงคนไม่ชอบร้องเพลงที่กลับร้องเพลงออกมาได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาตั้งใจร้องให้เธอฟัง สำหรับเธอเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว



แล้วก็นึกไปถึงเสียงทุ้มนุ่มที่เจ้าตัวที่เอ่ยให้ได้ฟังก่อนจะเข้านอน และจะด้วยพิษไข้หรืออะไรก็แล้วแต่ พวงแก้มใสพลันฉีดสีเรื่อขึ้นมาจาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่



หัวเราะเบา ๆ ออกมาเมื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ มือบางจัดการพับเก็บที่นอน และวางแผนจะเข้าห้องน้ำเร็วกว่าที่เคย เมื่อรู้ว่าหากมารดามาเห็นสภาพเธอในตอนนี้อาจจะห้ามไม่ให้เธอไปทำงานอย่างที่ใครบางคนก็ห้ามเธอแน่ ๆ



จริง ๆ เธอเองก็รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของเขา แต่แค่มึนหัวนิดหน่อยคงไม่ถึงขั้นต้องหยุดงาน กินยาครู่เดียวเดี๋ยวก็หาย อีกอย่างคือที่ร้านในตอนนี้ค่อนข้างยุ่ง หากเธอไม่ไปทำงานอาจจะเป็นการสร้างภาระให้กับเชฟได้



ร่างโปร่งบางพาตัวเองเข้าห้องน้ำโดยไม่ได้สังหรณ์ใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ได้เลย




-------------------------------------------------------------------------------------------------------------




“อ้าวพี่จีน ไหนอินโทรมาบอกนนท์ว่าพี่จีนจะหยุดไงคะ” เสียงหวานดังมาจากสาวร่างเล็กเมื่อเห็นคนที่น่าจะหยุดวันนี้เดินถือร่มเข้ามา คิ้วเรียวขมวดนิด ๆ อย่างแปลกใจ ในเมื่อตอนเช้าน้องชายตัวดีของเธอโทรมากำชับนักกำชับหนาว่า ให้เธอบอกมานิตาด้วยว่า วันนี้จะไม่มีผู้ช่วยเชฟ แต่เธอยังไม่ทันจะได้บอกอะไร คนที่คาดว่าจะหยุดก็มาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ แถมยังเป็นเวลาที่เช้ากว่าปกติเสียด้วย



“พี่ไม่อยากหยุดค่ะ เกรงใจพี่ตา ช่วงนี้งานยุ่ง ๆ ” ผู้ช่วยเชฟเอ่ยด้วยสีหน้าติดจะเพลียเล็กน้อย และก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปตากร่มที่ด้านหลัง ขาเรียวก็หยุดชะงักเล็กน้อยราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “อย่าบอกอินนะคะ”



“ได้ค่ะ แต่ถ้าพี่จีนไม่ไหวต้องบอกนนท์ทันทีเลยนะคะ” นนทรีเอ่ยรับด้วยสีหน้าห่วง ๆ ทำให้อีกฝ่ายต้องยิ้มจาง ๆ พลางผงกหัวรับความเป็นห่วงนั้น นัยน์ตากลมโตของบาริสต้าสาวมองตามร่างโปร่งบางของจิรันดาไป เธอไพล่นึกไปถึงคนเป็นน้องชายราวกับจะเดาได้ว่า ถ้าหากเขารู้ว่าหญิงสาวคนนี้มาทำงาน มันจะเกิดอะไรขึ้น





พลั่ก



“โอ๊ย”



เสียงที่ไม่เบานักดังมาจากทางที่ผู้ช่วยเชฟสาวเดินลับหายไป เรียกให้นนทรีหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เธอละจากหน้าเคาท์เตอร์ทันทีเมื่อคิดได้ว่า ณ ตอนนี้ที่ร้านมีแค่เธอกับจิรันดาเท่านั้น



สาวเท้าเร็ว ๆ พอกับใจที่เริ่มร้อนขึ้นเมื่อในหัวคิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงกับรุ่นพี่สาวคนนั้น แล้วนัยน์ตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า



จิรันดาที่นั่งซบหน้าลงกับเข่าข้างหนึ่งที่ชันขึ้นมา มือทั้งสองข้างกุมบริเวณข้อเท้า ซึ่งดูจากรูปการณ์แล้วเดาได้ไม่ยากว่า เจ้าตัวคงจะก้าวผิดท่าในพื้นที่ต่างระดับตรงนี้



“พี่จีน !!” ร่างเล็กถลาเข้าไปหาทันทีเมื่อรวบรวมสติได้ มือบางทาบทับมือร้อนผ่าวของอีกฝ่ายที่กุมข้อเท้าตนเองอยู่ “เป็นอะไรมากมั้ยคะ”



“เจ็บ..ค่ะ มันพลิกเมื่อกี๊” จิรันดาเอ่ยเสียงเครือ ๆ นัยน์ตาสีดำที่เงยสบอีกฝ่ายมีน้ำตาเอ่อคลอเล็กน้อย มือเรียวพยายามบีบนวดเพื่อให้อาการปวดทุเลาลงบ้าง



“นนท์ว่าพี่จีนไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ ไม่ก็คลินิกใกล้ ๆ นี้ก็ได้” หญิงสาวเอ่ยอย่างกังวลพลางเหลือบมองนาฬิกา “อีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาเปิดร้าน เดี๋ยวนนท์พาไปเองค่ะ”


“แต่..”



“นะคะอย่าเกรงใจนนท์เลย ถ้าไม่ได้ช่วยพี่จีน นนท์จะรู้สึกผิดมากน่ะคะ”



คนอายุมากกว่ายิ้มจาง ๆ รับความหวังดีนั้นพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นโดยมีสาวร่างเล็กช่วยประคอง และด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบสิบเซนทำให้คนเจ็บหัวเราะออกมาเบา ๆ



“ตัวเล็ก”



“ขำได้แบบนี้แสดงว่าไม่เจ็บแล้วใช่มั้ยคะ” คนโดนล้อกระเซ้ากลับยิ้ม ๆ อย่างอารมณ์ดี



“เจ็บค่ะ” เสียงตอบอ่อย ๆ จากคนเป็นผู้ช่วยเชฟเรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนที่ทั้งสองจะสะดุ้งเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงโพล่งขึ้นมาจากสาวมาดเท่ประจำร้าน



“พี่จีน !! เป็นอะไรคะ”



“ขาแพลงค่ะ และกำลังจะไปคลีนิกใกล้ ๆ นี่” นนทรีชิงตอบอย่างรวดเร็วเมื่อเหลือบไปเห็นคิ้วเรียวเริ่มขมวดจาง ๆ และหยาดเงื่อที่เริ่มไหลซึมตามไรผมของคนที่เธอพยุงอยู่



“มาค่ะ เดี๋ยวมิ้นท์ช่วย” มิลินทร์เดินเข้ามาขนาบข้างที่ว่างอยู่ของคนเจ็บทันที ส่วนสูงที่ไม่ต่างกันมากนักและบวกด้วยความแข็งแรงของเจ้าตัว ทำให้จิรันดายืนได้มั่นคงขึ้น เธอเหลือบมองไปยังคนเด็กสุดก่อนจะกวาดสายตากลับมายังอีกคนราวกับจะล้อเลียน ซึ่งนนทรีเองก็เข้าใจความหมายของสายตานั้น เธอจึงได้รับการย่นจมูกอย่างน่ารักเป็นของตอบแทน



มือบางกระชับแขนที่ถูกจับโดยเด็กทั้งสองคนแน่นยิ่งขึ้น ริมฝีปากบางลอบเม้นเข้าหากันเพื่อสะกดความเจ็บปวดที่ผุดพรายขึ้นมาเป็นระยะ สายตากวาดมองความห่วงใยของคนทั้งคู่แล้วก็ลอบยิ้มกับตัวเองในใจ



“ขอบคุณทั้งสองคนมาก ๆ นะคะ”




----------------------------------------------------------------------------------------------------------------



“โห ถึงกับต้องใส่เฝือกเลยเหรอคะ” บริกรสาวมาดเท่เอ่ยขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นข้อเท้าของจิรันดาที่กำลังเดินกะเผลกออกมาโดยมีบุรุษพยาบาลช่วยประคอง เพราะนนทรีต้องการให้เธอถึงมือหมอโดยเร็วที่สุด จึงเลือกคลีนิกใกล้ ๆ ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วย เพราะถ้าไปโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ป่านนี้เธอคงถูกจับนั่งรถเข็นไปเรียบร้อยแล้ว



“แค่เฝือกอ่อนเอง...ค่ะ” เสียงท่อนสุดท้ายขาดหายไปเมื่อเธอเงยหน้ามาเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังบาริสต้าสาว นัยน์ตาสีดำเบิกกว้างเล็กน้อยอย่างตกใจ ก่อนที่จะกลับมานิ่งสงบตามเดิม



เอ่ยขอบคุณบุรุษพยาบาลข้างตัวเบา ๆ เมื่อเขาค่อย ๆ ปล่อยมือจากแขนเธอ ร่างโปร่งบางเซเล็กน้อยเมื่อแท่นยึดหายไป ก่อนจะกลับมามั่นคงอีกครั้งเมื่อมือใหญ่ของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเธอพอดี



เงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าก็พบแต่ความเรียบเฉย รอยยิ้มที่เคยมีให้เธอเสมอกลับหายไป ซึ่งมันทำให้สัญญาณเตือนภัยในหัวของเธอดังลั่น



“ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าวันนี้ให้หยุด” อินทนิลเอ่ยเสียงเบาราวกับต้องการสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง มือที่กำอยู่รอบแขนเหมือนจะกระชับแน่นขึ้นอย่างรู้สึกได้ นัยน์ตาสีน้ำตาลดำเริ่มวาวโรจน์ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังอย่างควบคุมไม่อยู่



“แล้วทำไมถึงทำแบบนี้ ! “



“ขอโทษค่ะ” จิรันดาหดคอหนีพลางเอ่ยเสียงเบา เปลือกตาบางหลุบต่ำลงจนเห็นแพขนตาหนา ก่อนเหลือบขึ้นมามองคนตัวสูงที่ยังคงไม่ละสายตาจากเธอ



“ถ้ามันไม่จบแค่ขาแพลงจะทำยังไง” เสียงเครือที่เจือความเว้าวอนทำให้เธอสะท้าน มือบางยกขึ้นไปกำชายเสื้อของอีกคนทันที นัยน์ตาคู่สวยที่เริ่มมีน้ำตาคลอทำให้วงหน้าคมต้องเบือนหนี




ร่างสูงที่ตั้งใจจะเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ตัวเองจำต้องหยุดความคิดนั้นลง เมื่อเหลือบไปเห็นมือบางที่ยังคงกำชายเสื้อเขาแน่น ดวงตาคมหลุบมองคนที่มักจะมีสีหน้าเรียบเฉย หากแต่ตอนนี้กลับแสดงให้เห็นถึงความเสียใจอย่างชัดเจน



สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นการเปลีย่นแปลงเพียงเล็กน้อย ที่อาจจะสัมผัสไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เขารู้ และเธอเล่าจะรู้ไหม ว่าทันทีที่เขารู้ข่าวเธอจากพี่สาวตนเอง เขารู้สึกแบบไหน ความร้อนใจที่ถีบตัวขึ้นสูงทำให้เขาคิดไปต่าง ๆ นานา ถ้าเกิดว่าเธอไม่ได้แค่ขาแพลงจะทำยังไง ถ้าเธอต้องเจ็บมากกว่านี้เขาจะทำยังไง



ถึงแม้จะเห็นด้วยตาตัวเองแล้วว่าเธอยังคงปลอดภัย และเจ็บเพียงที่ข้อเท้าอย่างที่นนทรีว่า แต่อารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงแล้วไม่อาจกดลงได้ง่าย ๆ เลย




“เดี๋ยวผมไปส่ง” ร่างสูงเอ่ยพลางหันกลับไปมองสองสาวที่ยืนคอยห่างออกไป ทั้งคู่สาวเท้าเข้ามาใกล้เธอก่อนจะส่งยิ้มจาง ๆ และไม่ลืมกำชับส่งท้าย ให้เธอต้องเอ่ยขอบคุณเบา ๆ



“อย่าลืมกินยาและพักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ”



“พี่จีนต้องรีบหายไว ๆ นะ”









ท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้จิรันดาขยับตัวอย่างอึดอัด นัยน์ตาสีดำเหลือบมองเด็กหนุ่มเป็นระยะ ๆ



“โกรธ..ใช่มั้ยคะ” ดวงตาคมเหลือบมองเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันกลับไปตั้งสมาธิกับเส้นทางตรงหน้า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเขา




ตอนนี้เธอทั้งปวดเขา และง่วงนอนเพราะฤทธิ์ยา ในหัวเธอเต็มไปด้วยความสับสนและคิดอะไรไม่ออกอย่างที่เคย เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ จึงได้แต่นิ่งเงียบอย่างที่ถนัด



ไม่รู้ว่าการเงียบนิ่งอย่างที่เคยจะเป็นการทำให้ใครอีกคนโมโหหรือหงุดหงิดมากกว่าเดิมรึเปล่า แต่เธอหาทางออกในสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้จริง ๆ และคิดในมุมกลับ หากเป็นเขาที่ต้องมาเจ็บเหมือนที่เธอเป็นตอนนี้ เธอเองก็คงต้องโกรธเหมือนกัน



เพราะห่วงมาก.. เลยโกรธมากเมื่อเธอไม่ฟัง


เพราะห่วงมาก.. เลยเผลอขึ้นเสียงใส่เธอทั้ง ๆ ที่เขาคนนี้ไม่เคยทำมาก่อน


และเพราะห่วงมาก.. เลยนิ่งเงียบ เพราะกลัวว่าถ้าหากพูดอะไรออกมาจะเป็นการทำร้ายใจเธอ



เธอรับรู้มันได้ทั้งหมด และยังรู้อีกด้วยว่า สิ่งที่ทั้งสองต้องการในตอนนี้คือ.. เวลา



เวลาที่ทั้งสองต่างจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้พร้อมเผชิญหน้าอีกฝ่าย



เธอเองก็เอ่ยขอโทษเขาไปแล้ว แต่คาดว่ามันคงยังไม่พอ ตอนนี้เธอจะปล่อยให้เขาอยู่กับตัวเองไปก่อน และถ้าเธอจัดการกับตัวเองเมื่อไหร่ เธอจะทำให้เขาหายโกรธให้จงได้




จิรันดาคิดอย่างหมายมาดจนกระทั่งเผลอหลับไป โดยที่ไม่ได้รับรู้ถึงสายตาที่ลอบมองอย่างห่วง ๆ ของใครอีกคนเลย