[HB] 008 : In the Rain

posted on 12 Oct 2014 23:03 by satan-lucus
 
*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Coffee Shop*
 
 
 
 
 

[HB] - 008 In the Rain


ช่วงเวลา : เดือนตุลาคม
 
ตัวละคร : จีน, นนท์, มิ้นท์, อิน
 
หมายเหตุ : เป็นภาคต่อของมหากาพย์(?)ค่ะ ต้องอ่าน [HB] Rhythm of the rain(ผปค.นนท์, อิน) ก่อนถึงจะเข้าใจค่ะ Cool
 
 
 
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 

..หนัก.. 

 

แพขนตาหนาขยับขึ้นลงเล็กน้อยก่อนจะเปิดขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาปรือปรอยสีดำสนิท มือเรียวบางยกขี้นมานวดขมับเมื่อรู้สึกหนักหัวกว่าที่เคย จิรันดายันตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากเย็นกว่าเดิมเล็กน้อย 

 

แว่วเสียงสายฝนที่ดั่งมาจากทางหน้าต่าง เรียกความทรงจำในเมื่อวานให้ย้อนกลับมา ริมฝีปากบางยกยิ้มนิด ๆ เมื่อนึกไปถึงคนไม่ชอบร้องเพลงที่กลับร้องเพลงออกมาได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใดคือเขาตั้งใจร้องให้เธอฟัง สำหรับเธอเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว 

 

แล้วก็นึกไปถึงเสียงทุ้มนุ่มที่เจ้าตัวที่เอ่ยให้ได้ฟังก่อนจะเข้านอน และจะด้วยพิษไข้หรืออะไรก็แล้วแต่ พวงแก้มใสพลันฉีดสีเรื่อขึ้นมาจาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ 

 

หัวเราะเบา ๆ ออกมาเมื่อรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ มือบางจัดการพับเก็บที่นอน และวางแผนจะเข้าห้องน้ำเร็วกว่าที่เคย เมื่อรู้ว่าหากมารดามาเห็นสภาพเธอในตอนนี้อาจจะห้ามไม่ให้เธอไปทำงานอย่างที่ใครบางคนก็ห้ามเธอแน่ ๆ 

 

จริง ๆ เธอเองก็รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของเขา แต่แค่มึนหัวนิดหน่อยคงไม่ถึงขั้นต้องหยุดงาน กินยาครู่เดียวเดี๋ยวก็หาย อีกอย่างคือที่ร้านในตอนนี้ค่อนข้างยุ่ง หากเธอไม่ไปทำงานอาจจะเป็นการสร้างภาระให้กับเชฟได้ 

 

ร่างโปร่งบางพาตัวเองเข้าห้องน้ำโดยไม่ได้สังหรณ์ใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ได้เลย 


------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 


อ้าวพี่จีน ไหนอินโทรมาบอกนนท์ว่าพี่จีนจะหยุดไงคะเสียงหวานดังมาจากสาวร่างเล็กเมื่อเห็นคนที่น่าจะหยุดวันนี้เดินถือร่มเข้ามา คิ้วเรียวขมวดนิด ๆ อย่างแปลกใจ ในเมื่อตอนเช้าน้องชายตัวดีของเธอโทรมากำชับนักกำชับหนาว่า ให้เธอบอกมานิตาด้วยว่า วันนี้จะไม่มีผู้ช่วยเชฟ แต่เธอยังไม่ทันจะได้บอกอะไร คนที่คาดว่าจะหยุดก็มาปรากฏตัวตรงหน้าเธอ แถมยังเป็นเวลาที่เช้ากว่าปกติเสียด้วย 

 

พี่ไม่อยากหยุดค่ะ เกรงใจพี่ตา ช่วงนี้งานยุ่ง ๆผู้ช่วยเชฟเอ่ยด้วยสีหน้าติดจะเพลียเล็กน้อย และก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปตากร่มที่ด้านหลัง ขาเรียวก็หยุดชะงักเล็กน้อยราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้อย่าบอกอินนะคะ” 

 

ได้ค่ะ แต่ถ้าพี่จีนไม่ไหวต้องบอกนนท์ทันทีเลยนะคะนนทรีเอ่ยรับด้วยสีหน้าห่วง ๆ ทำให้อีกฝ่ายต้องยิ้มจาง ๆ พลางผงกหัวรับความเป็นห่วงนั้น นัยน์ตากลมโตของบาริสต้าสาวมองตามร่างโปร่งบางของจิรันดาไป เธอไพล่นึกไปถึงคนเป็นน้องชายราวกับจะเดาได้ว่า ถ้าหากเขารู้ว่าหญิงสาวคนนี้มาทำงาน มันจะเกิดอะไรขึ้น 




พลั่ก 

 

โอ๊ย” 

 

เสียงที่ไม่เบานักดังมาจากทางที่ผู้ช่วยเชฟสาวเดินลับหายไป เรียกให้นนทรีหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง เธอละจากหน้าเคาท์เตอร์ทันทีเมื่อคิดได้ว่า ณ ตอนนี้ที่ร้านมีแค่เธอกับจิรันดาเท่านั้น  

 

สาวเท้าเร็ว ๆ พอกับใจที่เริ่มร้อนขึ้นเมื่อในหัวคิดไปต่าง ๆ นานาว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงกับรุ่นพี่สาวคนนั้น แล้วนัยน์ตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า 

 

จิรันดาที่นั่งซบหน้าลงกับเข่าข้างหนึ่งที่ชันขึ้นมา มือทั้งสองข้างกุมบริเวณข้อเท้า ซึ่งดูจากรูปการณ์แล้วเดาได้ไม่ยากว่า เจ้าตัวคงจะก้าวผิดท่าในพื้นที่ต่างระดับตรงนี้ 

 

พี่จีน !!ร่างเล็กถลาเข้าไปหาทันทีเมื่อรวบรวมสติได้ มือบางทาบทับมือร้อนผ่าวของอีกฝ่ายที่กุมข้อเท้าตนเองอยู่เป็นอะไรมากมั้ยคะ” 

 

เจ็บ..ค่ะ มันพลิกเมื่อกี๊จิรันดาเอ่ยเสียงเครือ ๆ นัยน์ตาสีดำที่เงยสบอีกฝ่ายมีน้ำตาเอ่อคลอเล็กน้อย มือเรียวพยายามบีบนวดเพื่อให้อาการปวดทุเลาลงบ้าง 

 

นนท์ว่าพี่จีนไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ ไม่ก็คลินิกใกล้ ๆ นี้ก็ได้หญิงสาวเอ่ยอย่างกังวลพลางเหลือบมองนาฬิกาอีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาเปิดร้าน เดี๋ยวนนท์พาไปเองค่ะ” 

 

แต่..” 

 

นะคะอย่าเกรงใจนนท์เลย ถ้าไม่ได้ช่วยพี่จีน นนท์จะรู้สึกผิดมากน่ะคะ” 

 

คนอายุมากกว่ายิ้มจาง ๆ รับความหวังดีนั้นพลางค่อย ๆ ลุกขึ้นโดยมีสาวร่างเล็กช่วยประคอง และด้วยส่วนสูงที่ต่างกันเกือบสิบเซนทำให้คนเจ็บหัวเราะออกมาเบา ๆ 

 

ตัวเล็ก” 

 

ขำได้แบบนี้แสดงว่าไม่เจ็บแล้วใช่มั้ยคะคนโดนล้อกระเซ้ากลับยิ้ม ๆ อย่างอารมณ์ดี 

 

เจ็บค่ะเสียงตอบอ่อย ๆ จากคนเป็นผู้ช่วยเชฟเรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้อย่างไม่ยากเย็น ก่อนที่ทั้งสองจะสะดุ้งเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงโพล่งขึ้นมาจากสาวมาดเท่ประจำร้าน 

 

พี่จีน !! เป็นอะไรคะ” 

 

ขาแพลงค่ะ และกำลังจะไปคลีนิกใกล้ ๆ นี่นนทรีชิงตอบอย่างรวดเร็วเมื่อเหลือบไปเห็นคิ้วเรียวเริ่มขมวดจาง ๆ และหยาดเงื่อที่เริ่มไหลซึมตามไรผมของคนที่เธอพยุงอยู่ 

 

มาค่ะ เดี๋ยวมิ้นท์ช่วยมิลินทร์เดินเข้ามาขนาบข้างที่ว่างอยู่ของคนเจ็บทันที ส่วนสูงที่ไม่ต่างกันมากนักและบวกด้วยความแข็งแรงของเจ้าตัว ทำให้จิรันดายืนได้มั่นคงขึ้น เธอเหลือบมองไปยังคนเด็กสุดก่อนจะกวาดสายตากลับมายังอีกคนราวกับจะล้อเลียน ซึ่งนนทรีเองก็เข้าใจความหมายของสายตานั้น เธอจึงได้รับการย่นจมูกอย่างน่ารักเป็นของตอบแทน 

 

มือบางกระชับแขนที่ถูกจับโดยเด็กทั้งสองคนแน่นยิ่งขึ้น ริมฝีปากบางลอบเม้นเข้าหากันเพื่อสะกดความเจ็บปวดที่ผุดพรายขึ้นมาเป็นระยะ สายตากวาดมองความห่วงใยของคนทั้งคู่แล้วก็ลอบยิ้มกับตัวเองในใจ 

 

ขอบคุณทั้งสองคนมาก ๆ นะคะ” 



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

 

โห ถึงกับต้องใส่เฝือกเลยเหรอคะบริกรสาวมาดเท่เอ่ยขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นข้อเท้าของจิรันดาที่กำลังเดินกะเผลกออกมาโดยมีบุรุษพยาบาลช่วยประคอง เพราะนนทรีต้องการให้เธอถึงมือหมอโดยเร็วที่สุด จึงเลือกคลีนิกใกล้ ๆ ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วย เพราะถ้าไปโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ป่านนี้เธอคงถูกจับนั่งรถเข็นไปเรียบร้อยแล้ว 

 

แค่เฝือกอ่อนเอง...ค่ะเสียงท่อนสุดท้ายขาดหายไปเมื่อเธอเงยหน้ามาเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังบาริสต้าสาว นัยน์ตาสีดำเบิกกว้างเล็กน้อยอย่างตกใจ ก่อนที่จะกลับมานิ่งสงบตามเดิม  

 

เอ่ยขอบคุณบุรุษพยาบาลข้างตัวเบา ๆ เมื่อเขาค่อย ๆ ปล่อยมือจากแขนเธอ ร่างโปร่งบางเซเล็กน้อยเมื่อแท่นยึดหายไป ก่อนจะกลับมามั่นคงอีกครั้งเมื่อมือใหญ่ของใครบางคนคว้าหม